๏ฝ่ายเจ้านครพาราชบุตรราชธิดาวงษานุวงษ์แลราชทรัพย์เก็บไปได้บ้าง หนีลงไปณเมืองสงขลา แลหลวงสงขลาพาหนีต่อไปถึงณเมืองเทพาเมืองตานี จึงมีพระราชดำรัศให้เจ้าพระยาจักรี พระยาพิไชยราชา เร่งยกทัพบกทัพเรือติดตามไปจับตัวเจ้านครให้จงได้ ถ้ามิได้จะลงพระราชอาญาถึงสิ้นชีวิตร.
๏ครั้นถึงณวันศุกร เดือนสิบเอ็จ ขึ้นหกค่ำ เพลากลางคืนสองทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนนาวาพยุหจากเมืองนครศรีธรรมราชไปโดยทางมหาสาครสมุท ประทับร้อนแรมไปตามลำดับชลมารคจนถึงเมืองสงขลา เสด็จขึ้นประทับอยู่ในเมือง.
๏ฝ่ายเจ้าพระยาจักรีแม่ทัพเรือ พระยาพิไชยราชาแม่ทัพบก ยกติดตามเจ้านครไปถึงเมืองเทพา จับจีนจับแขกมาไต่ถามได้ความว่า เจ้านครหนีไปเมืองตานีกับพระยาพัทลุงแลหลวงสงขลา แลแม่ทัพทั้งสองนายถึงมีหนังสือไปถึงพระยาตานีศรีสุลต่านว่า ให้ส่งตัวเจ้านครกับพรรคพวกมาถวายให้สิ้น แม้นมิส่ง จะยกกองทัพไปตีเมืองตานี พระยาตานีกลัวบ้านเมืองจะเปนอันตราย จึงส่งตัวเจ้านคร แลพระยาพัทลุง หลวงสงขลา เจ้าพัด เจ้ากลาง กับทั้งบุตรภรรยา มาให้แก่กองทัพข้าหลวง ๆ ก็จำคนโทษทั้งนั้นใส่เรือรบมาถวายณเมืองสงขลา ครั้นณวันศุกร เดือนสิบสอง ขึ้นสองค่ำ จึงเสด็จพระราชดำเนินนาวาทัพหลวงกลับคืน[1] ยังเมืองนครศรีธรรมราช ครั้นณวันศุกร เดือนยี่ ขึ้นสองค่ำ กลางคีน เพลาเจ็ดทุ่ม เกิดเพลิงไหม้ในเมืองนคร ตำบลนายก่าย
- ↑ เดิมว่า มา