ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493.djvu/101

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๘๕

ออก[1] และตั้งเครื่องสูงรายรอบ ในท้องพระโรงบนพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์จัดเป็นที่พระสงฆ์ไทยกับมอญพระราชาคณะ ๒ พระครูปริตร ๘ รวม ๑๐ รูป สวดทำน้ำพระพุทธมนต์ ส่วนพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานนั้น จัดสำหรับพิธีเฉลิมพระราชมนเทียร ที่ในพระที่นั่งองค์ตะวันตกตั้งเครื่องนมัสการพระชัยเนาวโลหะ[2] และตั้งเครื่องพิธีคือบาตร์น้ำบาตร์ทราย พระมหามงคล และพานทองรองถุงข้าวเปลือกถั่วงา ศิลาบดและผลฟักเขียวสิ่งของเครื่องพิธีเฉลิมพระราชมนเทียร ทอดอาสนสำหรับพระสงฆ์ ๕ รูป เจริญพระพุทธมนต์บนพระแท่นที่บรรทม[3] และราชอาสน์สำหรับเสด็จประทับทรงสดับพระพุทธมนต์ ที่ภายนอกพระราชมนเทียรสถานปลูกโรงพิธีพราหมณ์และตั้งพนมบัตรพลีที่โหรบูชาเทวดาที่หน้าพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ และตั้งราชวัตรปักฉัตรเบญจรงค์รายรอบพระราชมนเทียรและรายทางออกไปจดถึงประตูวิเศษไชยศรี แล้วล่ามสายสิญจน์ตลอดทุกสถานพระราชมนเทียรที่ทำการพิธี ไปจนองค์พระแก้วมรกตในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม[4]

ถึงวันเสาร์ เดือน ๑๒ แรม ๘ ค่ำ ตรงกับวันที่ ๗ พฤศจิกายนเป็นวันเริ่มงาน พราหมณ์


  1. ในสำเนาหมายกะการพระราชพิธีว่า พระสงฆ์สวดมนต์ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ๕๐ รูป ในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ๓๐ รูป เห็นว่าจะเขียนผิด ที่ถูกกลับกัน ครั้งหลัง ๆ มาก็เป็นเช่นนั้น
  2. พระชัยเนาวโลหะ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างเมื่อปีฉลู พ.ศ. ๒๓๙๖
  3. พระแท่นที่บรรทมตั้งในห้องอันเดียวกันทุกรัชกาล เป็นแต่เปลี่ยนที่ตั้งข้างเหนือรัชกาลหนึ่ง ตั้งข้างใต้รัชกาลหนึ่งสลับกัน
  4. เมื่อรัชกาลก่อน ๆ ทำพระราชพิธีใหญ่ เคยเชิญพระแก้วมรกตมาตั้งเป็นประธานบนพระแท่นมณฑล ถึงรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชปรารภว่า พระแก้วมรกตเป็นของหนัก เชิญไปมาเป็นการเสี่ยงภัย จงโปรดฯ ให้โยงสายสิญจน์จากพระแท่นมณฑลไปถึงองค์พระแก้วมรกต และโปรดฯ ให้ตั้งพระพุทธบุษยรัตนเป็นประธานบนพระแท่นมณฑลแทนพระแก้วมรกต.