๑๑. เจ้าเจตคุก[1]
๔ แห่งนี้กรมเมืองเชิญเครื่องพลีกรรมไปบวงสรวง
๑๒. เทพารักษ์ที่หอเชือกกรมช้าง กรมช้างเชิญเครื่องพลีกรรมไปบวงสรวง
๑๓.พระอิศวร ณ เทวสถาน
๑๔. พระนารายณ์ ณ เทวสถาน
๑๕. พระพิฆเณศวร ณ เทวสถาน
๓ แห่งนี้ พระมหาราชครูพิธีเชิญเครื่องพลีกรรมไปบวงสรวง
ครั้นจุดเทียนชัยแลยกพระเศวตรฉัตรแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนผ้าไตรและย่ามแก่พระสงฆ์ทั้ง ๘๕ รูป แล้วพระสงฆ์ราชาคณะซึ่งจะสวดมนต์ที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ๓๐ รูป กับพระสงฆ์ราชาคณะธรรมยุติกาที่จะสวดมนต์ในที่พระบรรทม ๕ รูป รวมพระสงฆ์ ๓๕ รูปเข้าไปฉันในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระสงฆ์อีก ๕๐ รูปฉันอยู่ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้ามา ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระสงฆ์ถวายพรพระแล้ว ทรงประเคนภัตตาหารเลี้ยงพระทั้งที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ข้าราชการเลี้ยงพระที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เลี้ยงพระแล้ว เสด็จออกทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชาพระธรรมที่เตียงสวด พระราชาคณะเริ่มสวดภาณวารที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทั้งกลางวันกลางคืนต่อไปตลอด ๓ วัน.
เวลาบ่ายพระบรมวงศานุวงศข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยแต่งเต็มยศอย่างกล่าวมาแล้ว เข้าไปพร้อมกันอยู่ตามตำแหน่ง พระสงฆ์รวม ๕๐ รูป นั่งที่สวดมนต์ในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องอย่างวันก่อน เสด็จออกทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระแล้ว เสด็จยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระสงฆ์ราชาคณะ ๓๐ รูป มีกรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธ์เป็นประธาน เข้าไปยังที่สวดมนต์ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ และทรงจุดเทียนเครื่องบูชาพระที่พระแท่นมณฑลและทรงสมาทานศีลแล้วทรงจุดธูปเทียนบูชาเทวดา ขณะนั้นพระราชาคณะขัดตำนาน จึงประกาศเทวดาดังนี้.
- ↑ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ ทรงสันนิษฐานว่าพระกาฬชัยศรีนั้น จะมาแต่อุมาปางหนึ่ง ซึ่งพวกฮินดูมักทำรูปไว้บูชา เรียกว่า “กาลี” และเจ้าเจตคุกนั้น เห็นจะหมายความว่า เจตรคุปต์ อันเป็นเสนาของยมราชตนหนี่ง ซึ่งเป็นพนักงานอยู่ในยมโลก สำหรับจดบัญชีคนทำดีและคนทำชั่ว.