หมื่นพิศาลบวรศักดิ์)
คู่ที่ ๙ พระเจ้าบวรวงศ์เธอชั้น ๔ พระองค์เจ้าภาณุมาศ กับพระองค์เจ้าหัสดินทร์ (กรมหมื่นบริรักษ์นรินทร์ฤทธิ์)
คู่ที่ ๑๐ พระเจ้าบวรวงศ์เธอชั้น ๔ พระองค์เจ้าเบญจางค์ กับพระองค์เจ้าเนาวรัตน (กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์)
กระบวนเสนาบดีมีแต่เจ้าพระยาภูธราภัยที่สมุหนายกคนเดียว[1]
ถึงวันพุธ เดือนอ้ายขึ้น ๔ ค่ำ เวลาเช้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ ทรงเครื่องพระภูษาเขียนทอง ฉลองพระองค์เยียรบับสายรัดพระองค์ประดับเพ็ชร์ ทรงพระมหาสังวาลนพรัตน์ และพระธำมรงค์เพ็ชร์ เหน็บพระแสงตรี ฉลองพระองค์ครุยกรองทองชั้นนอก ทรงพระมหาชฎาพระกลีบ เสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งพุดตาล เวลาเช้า ๑๐ นาฬิกายิงปืนใหญ่ให้สัญญาแล้วเคลื่อนกระบวนพยุหยาตราออกจากพระบรมมหาราชวังไปทางประตูวิเศษชัยศรี ทรงโปรยเงินพระราชทานชาวพระนคร ประทักษิณพระบรมมหาราชวังไปทางถนนหน้าพระลาน ถนนสนามชัย หยุดกระบวนประทับที่วัดพระเชตุพน[2] ที่หน้าวัดปลูกโรงไว้เป็นที่รับฝรั่งชาวต่างประเทศ นายพลเรือเกบเปลแม่ทัพเรืออังกฤษที่เมืองจีน กับนายทหารเรือและกงสุลแลพ่อค้าฝรั่งต่างประเทศไปคอยเฝ้าอยู่ด้วยกันณที่นั้น โปรดให้แม่ทัพนายเรืออังกฤษกับกงสุลต่างประเทศเฝ้าที่พลับพลาวัดพระเชตุพน และพระราชทานดอกพิกุลทองและเงินของสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้เป็นที่ระลึกด้วยทั่วกัน เมื่อเสด็จนมัสการพระที่ในพระอุโบสถเสร็จแล้ว เคลื่อนกระบวนแห่ไปทางถนนท้ายวัง เลี้ยวเข้าประตูสุนทรพิศาลทิศ สกัดใต้มาทางท้ายสนม (เจ้านายฝ่ายในเสด็จออกทอดพระเนตรแห่ที่โรงทาน[3] ออกประตูพิทักษบวรสกัดเหนือเลี้ยวถนนหน้าพระลาน มากลับเข้าประตูวิเศษชัยศรี เสด็จกลับขึ้นเกยพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์เป็นเสร็จการเลียบพระนคร[4]
- ↑ ด้วยเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ ที่สมุหพระกลาโหมเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และเสนาบดีจตุสดมภ์ป่วยเจ็บแก่ชรา ๗ คน กรมขุนวรจักร์ก็เป็นเจ้านาย
- ↑ การหยุดประทับที่วัดพระเชตุพน พึ่งมีขึ้นเมื่อเลียบพระนครครั้งรัชกาลที่ ๔
- ↑ โรงทานเดี๋ยวนี้รื้อเสียแล้ว อยู่ตรงที่สร้างตึกหลังข้างเหนือประตูศรีสุนทร
- ↑ ปรากฏในจดหมายเหตุฝรั่งว่า เมื่อแห่แล้วกรมขุนวรจักร์ธรานุภาพ ซึ่งเป็นเสนาบดีบัญชาการกรมท่า เชิญพวกฝรั่งไปเลี้ยงที่วังด้วย.