ตอนที่ ๗ อุปราชาภิเษก
ในตอนนี้ จะกล่าวถึงเรื่องตำนานการอุปราชาภิเษกในกรุงรัตนโกสินทร์ก่อน[1] เพราะกระบวนพิธีอุปราชาภิเษกกรมหมื่นบวรวิชัยชาญ มีการแก้ไขเกี่ยวเนื่องกับอุปราชาภิเษกในรัชกาลก่อนๆ หลายอย่าง ทั้งในการพิธีและในการเมือง ถ้าผู้อ่านทราบเรื่องตำนานจึงจะเข้าใจเหตุผลในเรื่องอุปราชาภิเษกกรมหมื่นบวรวิชัยชาญได้แจ่มแจ้ง
ในรัชกาลที่ ๑ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จปราบดาภิเษกในปีขาล พ.ศ. ๒๓๒๕ เป็นเวลาเริ่มย้ายพระนครมาสร้างทางฝั่งตะวันออก พระราชมณเทียรสถานก็ทำแต่ด้วยเครื่องไม้พอใช้ชั่วคราว การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนั้นจึงทำแต่โดยสังเขป ข้อนี้เป็นเหตุให้พึงสันนิษฐานได้ว่า การที่ทรงสถาปนาสมเด็จพระอนุชาธิราชเป็นพระมหาอุปราชก็คงทำพิธีอุปราชาภิเษกแต่โดยสังเขปตามกัน ครั้นต่อมาเมื่อสร้างพระนครและเครื่องราชูประโภคทั้งปวงสำเร็จแล้วจึงทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอีกครั้ง ๑ ในปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๒๘ เพื่อให้สมบูรณ์ตามราชนิติ ความจำเป็นที่จะต้องทำพระราชพิธีอุปราชาภิเษกอีกครั้ง ๑ เช่นนั้นหามีไม่ เพราะการอุปราชาภิเษกสำเร็จด้วยพระเจ้าแผ่นดินทรงตั้ง เมื่อพระมหาอุปราชได้รับพระราชทานน้ำอภิเษกและพระสุพรรณบัฏแล้วก็ย่อมเป็นการสมบูรณ์ จึงสันนิษฐานว่าเมื่อปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๒๘ นั้น ฝ่ายพระมหาอุปราชเห็นจะทรงทำแต่พิธีเฉลิมราชมนเทียร ซึ่งทรงสร้างขึ้นเป็นของถาวรพร้อมกับสร้างพระราชวังบวรสถานมงคล เรื่องอุปราชาภิเษกกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทในรัชกาลที่ ๑ จึงหามีจดหมายเหตุหรือรายการปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดารไม่
กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระมหาอุปราชพระองค์แรกในกรุงรัตนโกสินทร์เสด็จสวรรคตในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปีกุน พ.ศ. ๒๓๔๖ ต่อนั้นมาอีก ๓ ปี กรมพระราชวังหลังทิวงคตเมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๓๔๙ ในปีขาลนั้นพระบาทสมเด็จฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจะทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (คือพระบาทสมเด็จฯ พระพุทธเลิศหล้า
- ↑ เมื่อจะแต่งหนังสือนี้ข้าพเจ้าตรวจจดหมายเหตุและหมายรับสั่งเรื่องอุปราชาภิเษกในรัชกาลก่อน ๆ เห็นมีคติอันมีสาระในประวัติศาสตร์ จึงเก็บเนื้อความเรียงตำนานไว้ในตอนนี้.