ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493.djvu/132

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๑๔

เช้าตั้งกระบวนแห่เหมือนอย่างแห่ทรงฟังสวด แห่ถึงประทับเกยพระที่นั่งมังคลาภิเษก แล้วเสด็จประทับอยู่ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ครั้นเวลาเช้า ๓ โมง ๘ บาท พระฤกษ์ จะได้เสด็จเข้าที่สรงพระมุรฺธาภิเษก พระบรมวงศานุวงศและท่านอัครมหาเสนาบดีผู้ใหญ่จะได้ถวายน้ำพระพุทธมนต์ ชีพ่อพราหมณ์จะได้ถวายน้ำกลศน้ำสังข์ ครั้นสรงเสร็จแล้วพระบาทสมเด็จฯ พระจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระสุพรรณบัฏพระแสงอัษฎาวุธและเครื่องราชูปโภค[1] เสร็จแล้ว เสด็จออกพระที่นั่งคชกรรมประเวศ โปรดให้ทิ้งทานต้นกัลปพฤกษ์ ทรงพระราชอุทิศยาจกวณิพกทั้งปวง ครั้นเวลาบ่าย ๓ โมงจะได้ตั้งบายศรีแก้ว ๑ ทอง ๑ เงิน ๑ เวียนเทียนสมโภชเฉลิมพระราชมนเทียรให้เจ้าพนักงานในพระบวรราชวังจัดการทั้งปวงเหมือนอย่างพระราชพิธีราชาภิเษกให้พร้อมกัน” ในหมายเหตุรับสั่งซึ่งคัดมาลงไว้ในนี้ จะพึงพิจารณาเห็นได้ว่า เอาแบบการพิธีอุปราชาภิเษกครั้งรัชกาลก่อนๆ ระคนปนกันแบบการบางอย่าง ซึ่งพึ่งมีขึ้นเมื่อครั้งบวรราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่นพระราชาคณะสวดภาณวารเป็นต้น เลยเอามาใช้ในครั้งนี้ด้วย การพิธีอุปราชาภิเษกกรมหมื่นบวรวิชัยชาญ จึงผิดกับอุปราชาภิเษกซึ่งได้เคยมีมาในรัชกาลก่อน ๆ

ระเบียบการพระราชพิธีอุปราชาภิเษกกรมหมื่นบวรวิชัยชาญยังมีในจดหมายเหตุนอกจากหมายรับสั่ง ปรากฏว่าปลูกพลับพลายกที่ประทับแรมในพระบรมมหาราชวัง ที่ตรงริมโรงละคอนอย่างแต่ก่อน แต่ตั้งเกยแห่ที่พลับพลานั้น มิได้เข้าไปแห่จากพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ เหมือนเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๒ และรัชกาลที่ ๓ ตั้งแต่ประตูวิเศษชัยศรีไปจนในบริเวณพระราชวังบวร[2] สองข้างทางปักฉัตรเบญจรงค์ตั้งราชวัตร ผูกต้นกล้วยอ้อยและฉัตรกระดาษเป็นระยะไป และที่ในพระบวรราชวังนั้นตั้งพระแท่นมณฑลและที่พระสงฆ์สวดมนต์ทั้งสวดภาณวารที่ในพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พระแท่นสรงตั้งข้างพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยทาง


  1. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
  2. พระราชวังบวรฯ เปลี่ยนชื่อเป็น “พระบวรราชวัง” เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับอยู่ มาเปลี่ยนชื่อเป็นพระราชวังบวรสถานมงคลอย่างเดิมเมื่ออุปราชาภิเษกกรมหมื่นบวรวิชัยชาญแล้ว ข้อนี้พึงเห็นได้ในหมายรับสั่งยังเรียกว่าพระบวรราชวัง