ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493.djvu/142

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๒๔

ไหมจตุรคูณ ดังนี้แต่อย่างไรก็ดีที่ให้เรียกคำสั่งของพระมหาอุปราชว่าพระบัณฑูรนั้นพึงเข้าใจได้ว่าให้มีอำนาจในสถานหนึ่งเสมอพระราชอำนาจของพระเจ้าแผ่นดิน แต่อำนาจพระบัณฑูรนี้พระราชทานเจ้านายพระองค์อื่นนอกจากพระมหาอุปราชก็มี เรียกว่า “พระบัณฑูรน้อย” เคยมีตัวอย่างทั้งในกรุงศรีอยุธยาและในกรุงรัตนโกสินทร์นี้ (เมื่อรัชกาลที่ ๑) พระบัณฑูรน้อยจะมีตำแหน่งหน้าที่อย่างไรไม่ปรากฏ แต่เมื่อพระมหาอุปราชได้รับรัชทายาท ทรงตั้งพระบัณฑูรน้อยเป็นพระมหาอุปราชทุกคราว.

คำว่า “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” มีเรื่องตำนานมาแต่ครั้งรัชกาลสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เมื่อรวมคนหัวเมืองเหนือลงมาตั้งสู้ศึกพะม่าที่พระนครศรีอยุธยา ครั้งนั้นพระนเรศวรสร้างวังเป็นที่ประทับอยู่ด้านหน้าพระราชวังหลวง คนทั้งหลายคงเรียกวังนั้นตามนามวังที่เคยเสด็จประทับณเมืองพิษณุโลก ว่า “วังจันทร์” บ้างเรียกว่า “วังหน้า” บ้าง สันนิษฐานว่าในครั้งนั้นคงสร้างวังขึ้นที่สวนหลวงทางด้านหลังพระราชทานพระเอกาทศรถ อีกวัง ๑ คนทั้งหลายก็เรียกกันว่า “วังหลัง” จึงเกิดมีวังหลวงวังหน้าและวังหลังขึ้นแต่ครั้งนั้นมา[1] ครั้นถึงรัชกาลสมเด็จพระศรีสุธรรมาธิราช (พ.ศ. ๒๑๙๙) สมเด็จพระนารายณ์ได้เป็นพระมหาอุปราชประทับอยู่ที่วังหน้า แล้วเกิดรบกับสมเด็จพระศรีสุธรรมาธิราช สมเด็จพระนารายณ์ได้ราชสมบัติ แตไม่เสด็จมาอยู่วังหลวง ประทับอยู่ที่วังหน้าต่อมาอีกหลายปี สันนิษฐานว่าเห็นจะเปลี่ยนนามวังจันทน์เกษมเป็น “พระราชวังบวรสถานมงคล” ในตอนนี้ เพราะเป็นพระราชวังและเป็นมงคลสถานที่ได้เสวยราชย์ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์นั้นปรากฏว่าพระไตรภูวนาถทิตยวงศราชอนุชาองค์ ๑ ประทับอยู่ที่วังหลัง แต่หาได้เพิ่มยศศักดิ์อย่างใดไม่ ครั้นถึงรัชกาลสมเด็จพระเพทราชาธิราชตั้งราชวงศ์ใหม่ จะตั้งให้หลวงสรศักดิ์ผู้เป็นบุตรเป็นพระมหาอุปราช และจะตั้งนายจบคชประสิทธิ์ผู้เป็นหลานเป็นเจ้าชั้นสูงรองแต่พระมหาอุปราชลงมาให้อยู่ที่พระราชวังบวรสถานมงคล คือ วังหน้า องค์ ๑ ให้อยู่วังหลัง องค์ ๑ จึงเอาระเบียบการตั้งกรมเจ้านายบังคับบัญชา ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์ทรงบัญญัติขึ้นมาใช้ ให้ขนานนามข้า


  1. ในหนังสือพงศาวดาร “ฉะบับหลวงประเสริฐ” ว่าสมเด็จพระนเรศวรเสวยราชย์เมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๑๓๓ ต่อมาอีก ๓ ปีถึงปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๑๓๖ จึง “เสด็จเถลิงพระมหาปราสาท” (เฉลิมพระราชมนเทียร) คือ ประทับอยู่ที่วังหน้า ๓ ปี อาจจะเกิดชื่อวังจันทน์เกษมในระยะนี้ก็เป็นได้.