ข้อ ๒ จะมีผู้กราบทูลกล่าวโทษพระวงศานุวงศท่านเสนาบดีผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นเนื้อความที่จะให้เกิดความสงสัย เป็นความกระซิบต่าง ๆ ก็ขอให้ทรงพระราชดำริก่อน ตรึกตรองสืบสวนให้ได้ความจริงอย่าเพ่อวู่วามให้เสียการ เหมือนนิทานโบราณฝ่ายไทยและฝ่ายจีนมีเป็นหลายเรื่องก็ทราบอยู่แล้ว มีความเปรียบอีกเรื่องหนึ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ในปีนั้นมีข้าหลวงเดิมกระซิบกราบทูลว่า สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย คิดการประทุษร้ายตั้งกองตำดินปืนอยู่ที่หลังบ้านเป็นอันมาก จึงทรงปรึกษาด้วยข้าหลวงเดิมผู้อื่น เขากราบทูลว่าถ้าท่านจะคิดเอาแผ่นดินแล้ว ท่านจะมายกเอาราชสมบัติแผ่นดินถวายทำไม ประการหนึ่งกำปั่นท่านก็มีค้าขายอยู่เป็นหลายลำ ถ้าท่านจะซื้อเอาดินปืนมาแต่เมืองสิงคโปร์จะมิดีกว่าตำดินปืนที่บ้านอีกหรือ ได้ทรงทราบดังนั้นแล้วก็สงบอยู่ ภายหลังสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่เข้าไปเฝ้า จึงได้ดำรัสถามด้วยการตำดินปืนที่โรงจักร์นั้นเขาทำอย่างไร สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ก็กราบทูลไปตามเหตุโดยมิได้รู้ตัว จึงดำรัสถามว่าถ้าจะซื้อดินปืนมาแต่เมืองสิงคโปร์มาใช้กับลงทุนตำเอาที่นี่ ใครจะถูกจะแพงเงินกว่ากัน สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่กราบทูลว่าซื้อดินปืนมาจากเมืองสิงคโปร์ถูกเงินกว่า ดีกว่าตำที่นี่ แล้วก็มิได้ตรัสประการใดต่อไป ครั้นนานมาประมาณสักเดือนหนึ่งจึงประทานความจริงว่า มีผู้กราบทูลดังนี้ๆ แต่ไม่ทรงเชื่อจึงได้พากันทราบ ขอให้พระองค์มีพระทัยหนักแน่นเหมือนอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มิได้เชื่อคนสอพลอยุยง ข้าราชการจะได้พึ่งพระบารมี มีความเย็นใจ
ข้อ ๓ พระวงศานุวงศและข้าราชการที่ซื่อสัจต่อแผ่นดินจะประพฤติการสิ่งใดโดยยุติธรรมก็ดี ลางทีคนพาลก็กำเริบ ท่านเห็นว่าจะกราบทูลจะช้าไป ท่านก็ช่วยปราบปรามตามอำนาจของท่านก็มี บางจำพวกที่มีความโลภมาก เห็นว่าพระเจ้าแผ่นดินยังทรงพระเยาวอยู่ จะไม่เกรงพระราชอาชญา จะทำการสิ่งไรก็จะทำตามอำเภอใจ เบียดเบียนให้ราษฎรได้ความเดือดร้อน ความข้อนี้ถ้ามีผู้ร้องทุกข์และมีผู้กราบทูลขึ้น จะต้องพิจารณาเอาความจริงว่าผู้ที่กระทำนั้นกระทำโดยยุติธรรม ทำช่วยธุระแผ่นดิน หรือทำโดยความโลภเจตนาจะหาผลประโยชน์ หรือทำโดยโทโสความพยาบาทประการใด ก็จะได้ทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทไว้จะได้กำจัดคนพาลทุจริตเสีย