ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ราษฎรที่มาร้องไม่ได้ชนะสักเรื่องหนึ่ง จนเบื่อเข้ามาร้องทุกข์ สู้ทนเสียให้เจ้าภาษีดีกว่า ความที่มาร้องนั้นเงียบไปก็เข้าพระทัยเสียว่าเป็นการเย็นอยู่แล้ว มิได้ทราบว่าการข้างนอกเป็นอย่างไร
ข้อ ๑๑ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริเห็นว่าราษฎรจะมีความทุกข์ร้อนอย่างไร ก็โปรดให้มาร้องถวายฎีกา จะผิดชอบอย่างไรมิได้เอาโทษ โดยทรงพระมหากรุณาเมตตาแก่ราษฎร จะมิให้ผู้ใดคุมเหงเบียดเบียนราษฎรได้ การก็ได้หาอย่างพระราชประสงค์ไม่ เพราะโปรดยกโทษเสียถึงจะเอาเท็จมากล่าวก็ไม่มีโทษ คนพาลจึงกำเริบ ผู้ที่มีความทุกข์ร้อนมาร้องโดยจริงก็มี ผู้ที่เป็นพาลเห็นความจะแพ้ก็แก้ไขกล่าวโทษลูกขุนตระลาการให้เป็นความฎีกาขึ้น พอจะได้โยกศาลมาเสียให้พ้นจากตระลาการเดิมก็มี การก็ชักช้าไปอีกปีหนึ่งสองปี ไม่แพ้กันลงได้ ลากหนามจุกช่องไว้แต่พอให้ยาวไปอย่างนี้ก็มีมาก ประการหนึ่งชิงชังบุคคลผู้ใดก็ไปจ้างคนเจ้าสำนวนแต่งฎีกาผูกพันกล่าวโทษกัน ความเล็กน้อยก็ให้เป็นความใหญ่ขึ้นอย่างนี้ก็มี เสียค่าแต่งเรื่องราวฉะบับละ ๑ ถึง ๕ ตำลึงก็มี ๗ ตำลึงก็มี ได้ทราบเกล้าฯ ว่าเมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีผู้เข้าร้องถวายฎีกาแล้ว ให้ลงพระราชอาญาผู้มาร้องเสียก่อน ๓๐ ทีทุกๆ เรื่อง เวลามิได้ว่าราชการเสด็จออกพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ก็ให้หาท่านเสนาบดีและลูกขุนตระลาการโจทย์จำเลยเข้ามาพร้อมกันชำระหน้าพระที่นั่ง ไม่ให้เป็นสำบัดสำนวนเอาแต่ที่จริง ถ้าลูกขุนตระลาการทำผิดแก้ไขถ้อยความเขาจริง ก็ลงพระราชอาชญาเฆี่ยนตามโทษแล้วให้ถอดเสียบ้าง ลางทีให้ส่งไปคุกบ้าง คู่ความฝ่ายข้างแพ้ก็ให้ปรับไหมให้แก่ผู้ร้องฎีกาชนะตามรูปความปรับอีกลาหนึ่ง ที่เขาจะต้องรับพระราชอาชญาถูกเฆี่ยน ๓๐ ทีนั้นด้วย ถ้าผู้ร้องฎีกาเก็บเอาความเท็จมิจริงเข้ามาร้องกล่าวโทษเขา ให้พระเจ้าแผ่นดินเสียเวลาราชการให้ขุ่นเคืองพระราชหฤทัย ลางทีก็โปรดให้ตระเวรแล้วส่งไปคุก ลางทีตระเวนแล้วปรับไหมให้แก่ผู้ชนะ ความฎีกาครั้งนั้นจริงมากกว่าเท็จแล้วก็น้อยด้วย ครั้งนี้เห็นด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมว่าให้หมายประกาศเสียให้รู้ทั่วกัน ว่าผู้ใดจะร้องฎีกาให้เอาแต่ความจริงเข้ามาร้อง และถ้าเอาความเท็จและสำนวนผู้มีปัญญาเข้ามาร้อง แล้วจะเอาโทษตามโทษานุโทษ ผู้แต่งเรื่องราวก็จะเอาโทษด้วย ถ้าลูกขุนตระลาการ