สมัย ถึงกระนั้นพระราชานุกิจก็ยังเป็นหลักของราชการสืบมาทุกสมัย เพราะเหมือนกับเป็นอาณัติสัญญาในระหว่างพระเจ้าแผ่นดินกับข้าราชการทั้งปวง ว่าโดยปกติจะทำราชการในเวลาตามกำหนดนั้นเสมอ ไม่ให้ต้องบอกต้องสั่งกันทุกวันไป อันนี้เป็นหลักของพระราชานุกิจ แต่เมื่อพิจารณาดูรายการในระเบียบพระราชานุกิจ (ซึ่งจะแสดงโดยพิสดารต่อไปข้างหน้า) ลักษณการต่างกัน เป็นการบ้านเมืองประเภท ๑ เป็นการในส่วนพระองค์พระเจ้าแผ่นดินประเภท ๑ พระราชานุกิจอันเป็นประเภทการบ้านเมืองนั้น คือเสด็จออกที่ประชุมมุขมนตรีทรงพิพากษาคดี และว่าราชการบ้านเมืองวันละ ๒ ครั้งเป็นนิจ รายการอย่างอื่นนอกจากนั้นเป็นการส่วนพระองค์ของพระเจ้าแผ่นดิน ในวันไหนจะเว้นการอย่างใดหรือจะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างใดตามพระราชอัทธยาศรัยก็ไม่ขัดข้อง ถึงกระนั้นพระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อนมา โดยฉะเพาะในพระบรมราชจักรีวงศ ซึ่งทรงครองกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ย่อมทรงประพฤติพระราชานุกิจโดยเคารพเป็นนิจสืบกันมาทุกพระองค์
ระเบียบพระราชานุกิจในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ตั้งขึ้นเมื่อรัชกาลที่ ๑ สันนิษฐาน ว่าเห็นจะเอาแบบพระราชานุกิจของพระเจ้าบรมโกษฐครั้งกรุงศรีอยุธยามาใช้มีรายการต่าง ๆ ดังจะแสดงโดยพิสดารดังต่อไปนี้
เช้า ๙ นาฬิกา เสด็จลงทรงบาตร
๑๐ นาฬิกา เสด็จออกท้องพระโรง ถวายภัตตาหาร เลี้ยงพระสงฆ์ในท้องพระโรง เจ้านายเข้าเฝ้าฯ และช่วยกันปฏิบ้ติพระสงฆ์เวลาฉัน พระกลับแล้วชาวพระคลังมหาสมบัติกราบบังคมทูลรายงานจ่ายเงิน แล้วเสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนางข้าราชการกรมพระตำรวจเข้าเฝ้า ถวายรายงานชำระความฎีกา แล้วเบิกขุนนางเข้าเฝ้าประภาษด้วยอรรถคดี (แต่ในปลายรัชกาลเมื่อทรงพระราชาเสด็จออกตอนเช้านี้ที่พระบัญชร พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ข้าราชการเฝ้าที่ชาลาริมพระที่นั่งอมรินทร์ฯ ข้างด้านตะวันตก)
เที่ยง เสด็จขึ้นเสวยกระยาหาร และประภาษราชกิจภายใน เสด็จเข้าที่พระบรรธมทรงสำราญพระอิริยาบถ