ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493.djvu/191

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๔๔

เวลาบ่าย ๔ นาฬิกา เสด็จออกข้างหน้า ในชั้นแรกทอดพระเนตรช่างก่อเขาที่อ่างแก้วหลังพระที่นั่งสนามจันทร์ (ยังปรากฏอยู่บัดนี้) และก่อเขาทำภาพเรื่องสุภาษิตในกระถางต้นไม้ดัดที่ตั้งรายกำแพงรอบท้องพระโรง ชั้นหลังต่อมาทอดพระเนตรหัดมหาดเล็กข้าหลวงเดิมเป็นทหาร บางวันก็เสด็จออกนอกพระราชวังทรงรับฎีการาษฎรและเสด็จประพาสจนเวลาค่ำเสด็จขึ้นข้างใน

เวลาค่ำ เสวยแล้วเสด็จลงประทับที่ช่องบันไดพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระองค์เจ้าบุตรีกับท้าวนางในพระราชวังเฝ้า ประภาษราชการฝ่ายในอย่างครั้งรัชกาลที่ ๓ บ้าง บางวันก็เสด็จไปเฝ้ากรมพระสุดารัตนราชประยูร และเสวยที่พระตำหนักเดิมบ้าง

เวลา ๘ นาฬิกา เสด็จออกท้องพระโรงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับพระราชอาสน์ทรงฟังชาวพระคลังในขวาพระคลังในซ้ายกราบบังคมทูลรายงานการจ่ายของ และมหาดเล็กกราบทูลฯ รายงานตรวจการก่อสร้าง กับรายงานตรวจพระอาการประชวรของเจ้านายหรือรายงานอาการป่วยของข้าราชการและพระราชาคณะผู้ใหญ่ แล้วทรงสดับพระธรรมเทศนากัณฑ์ ๑ อันประเพณีที่ทรงสดับพระธรรมเทศนาทุกวัน มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา คงอนุโลมมาแต่ตำราพระราชานุกิจบทว่า “ทรงสนทนาคดีธรรม” นั้นเอง แต่ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้ยังมีเหตุอื่นประกอบ ด้วยการศึกษาพระไตรปิฎกเสื่อมมาแต่ตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว ยังซ้ำมาถึงกาลวิบัติเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาอีก ในรัชกาลที่ ๑ ต้องกู้พระศาสนาด้วยประการต่างๆ ดังเช่นมีพระราชปุจฉาปัญหาธรรมต่างๆ ให้พระราชาคณะต้องมีกิจค้นหาธรรมมาอธิบายในพระไตรปิฎกถวายวิสัชนาเป็นต้น การที่ทรงสดับพระธรรมเทศนาทุกวัน ก็เพื่อจะให้พระสงฆ์เอาใจใส่ศึกษาภาษามคธเป็นสำคัญ นิมนต์ถวายเทศน์ตั้งแต่พระราชาคณะตลอดจนเปรียญ แต่มิใช่แล้วแต่จะเทศน์เรื่องหนึ่งเรื่องใดถวายตามชอบใจ การถวายเทศน์นั้น กรมราชบัณฑิตย์เป็นผู้รับสั่งส่งหนังสืออรรถฉะบับหลวงไปยังผู้เทศน์ให้แปลความเป็นเทศนามาถวาย แล้วแต่จะต้องพระราชประสงค์ทรงฟังคัมภีร์ไหน ในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะให้แปลพระไตรปิฎกออกเป็นภาษาไทย จึงโปรดให้ถวายเทศน์ตามลำดับคัมภีร์ในพระไตร