๓. ฝรั่งเศส ทำหนังสือสัญญาเมื่อ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๙๙
๔. เดนมาร์ก ทำหนังสือสัญญาเมื่อ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๐๐
๕. โปรตุเกศ ทำหนังสือสัญญาเมื่อ ปีมะแม พ.ศ. ๒๔๐๒
๖. ฮอลันดา ทำหนังสือสัญญาเมื่อ ปีวอก พ.ศ. ๒๔๐๓
๗. เยอรมัน[1] ทำหนังสือสัญญาเมื่อ ปีระกา พ.ศ. ๒๔๐๔
๘. สวิเดนกับนอรเว ทำหนังสือสัญญาเมื่อ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๑๑
๙. เบลเยียม[2] ทำหนังสือสัญญาเมื่อ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๑๑
ประเทศอิตาลีกำลังปรึกษาจะสัญญาและประเทศเอาสเตรียกับฮังการี กับประเทศสเปญกำลังเตรียมจะมาขอทำหนังสือสัญญาก็พอสิ้นรัชกาลที่ ๔ จึงได้มาทำเมื่อตอนต้นรัชกาลที่ ๕
เมื่อเล่าถึงเหตุที่ต้องทำหนังสือสัญญากับฝรั่งแล้ว ทีนี้จะกล่าวถึงผลของการที่ทำหนังสือสัญญาต่อไป ด้วยประเทศทั้ง ๕ คือพม่า ไทย ญวน จีน และญี่ปุ่น ที่ต้องทำหนังสือสัญญากับฝรั่งในสมัยนั้นได้รับผลของการที่ทำหนังสือสัญญาผิดกัน
ประเทศจีนพอทำหนังสือสัญญากับฝรั่งแล้ว ในไม่ช้าจีนพวกไต่เผงก็เป็นกบฎลุกลามใหญ่โต ด้วยเห็นว่าพวกเม่งจูซึ่งได้มาครองเมืองจีนอยู่กว่า ๒๐๐ ปีสิ้นอำนาจแล้ว จึงคิดจะเอาบ้านเมืองกลับคืนมาเป็นของพวกจีน รัฐบาลต้องปราบปรามอยู่หลายปี พอปราบพวกกบฏไต่เผงลงได้ก็เกิดรบกับฝรั่งเป็นครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๕ ด้วยฝรั่งว่าจีนไม่ประพฤติตามสัญญา ครั้งนี้อังกฤษกับฝรั่งเศสช่วยกันตีเมืองจีนจนได้กรุงปักกิ่งราชธานี รัฐบาลจึงต้องยอมทำหนังสือสัญญาใหม่ ร้ายยิ่งกว่าสัญญาที่ทำครั้งแรก
- ↑ พระเจ้าแผ่นดินปรุสเซียทำในนามของประเทศเยอรมันต่าง ๆ ซึ่งเข้ากันข้างฝ่ายเหนือ
- ↑ หนังสือสัญญาที่ทำกับสวิเดนนอรเวเบลเยียม ทำที่ลอนดอนด้วยเมื่อเซอร์จอนเบาริงออกจากราชการอังกฤษแล้ว มารับราชการอยู่ในรัฐบาลสยาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งเป็นพระยาสยามานุกูลกิจ สยามิตรมหายศ ตำแหน่งราชทูตพิเศษเป็นผู้ทำหนังสือสัญญานั้น