ตอนที่ ๑๑ เหตุการณ์ซึ่งต้องระงับเมื่อแรกขึ้นรัชกาลที่ ๕
เวลาพระเจ้าแผ่นดินสวรรคตเปลี่ยนรัชกาลใหม่ ราษฎรมักหวาดหวั่นว่าจะเกิดเหตุร้าย เห็นจะเป็นความรู้สึกมีสืบมาแต่เมื่อกรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานีในสมัยกลางตั้งแต่พระเจ้าปราสาททองเสวยราชย์เป็นต้นมา ด้วยมักเกิดรบพุ่งหรือฆ่าฟันกัน แม้ไม่ถึงเช่นนั้นก็คงมีการกินแหนงแคลงใจกันในเวลาเปลี่ยนรัชกาลแทบทุกคราว ที่จะเปลี่ยนโดยเรียบร้อยทีเดียวนั้นมีน้อย[1] จนเกิดเป็นคติสำหรับวิตกกันว่าเวลาเปลี่ยนรัชกาลมักจะเกิดเหตุร้าย เมื่อเปลี่ยนรัชกาลคราวนี้ก็หวาดหวั่นตามเคย มีอุทาหรณ์ดั่งหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเรียกว่า “สยามริปอสิตอรี” ของหมอสมิทพิมพ์จำหน่ายอยู่ในสมัยนั้น กล่าวความดังนี้ “เวลานี้ทั่วประเทศสยามพากันสั่นสะท้าน และหวาดหวั่นอยู่ในระวางเปลี่ยนรัชกาล ด้วยพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เก่า ซึ่งมีพระเดชพระคุณแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินมาก และได้ทรงปกครองชนชาติอื่นที่มาพึ่งพระบารมีอยู่ในพระราชอาณาเขตต์ กับทั้งชาวต่างประเทศอันอยู่ในบังคับของกงสุลนั้นมิได้เสด็จสถิตอยู่ในเศวตฉัตรให้คนทั้งหลายเกรงพระราชอาญาเสียแล้ว แม้สมเด็จเจ้าฟ้าอันเป็นพระราชโอรสได้ทรงรับรัชทายาทก็จริงอยู่ แต่ว่าประชวรพระกำลังยังปลกเปลี้ย จะรอดพระชนม์ทนการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแลการรับแขกเมืองเฝ้าได้แลหรือ แม้แต่ในเวลาเมื่อสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินกำลังประชวรยังไม่สวรรคตก็มีกิติศัพท์ว่าจะเกิดกบฎและได้มีเหตุวุ่นวายด้วยเรื่องจับฝิ่นเถื่อน[2] ทั้งปรากฎว่ามีผู้ทำอัฐปลอมมาก เกิดยากยุ่งในเรื่องเครื่องแลกจนตื่นกันไม่เป็นอันซื้อขายในท้องตลาดอยู่หลายวัน” ดังนี้
- ↑ พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดำรัสว่า เหตุที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ นั้น เป็นเพราะเจ้านายวิวาทแย่งชิงราชสมบัติกันมาเนือง ๆ จนราษฎรไม่กล้าสามิภักดิ์ต่อเจ้านายองค์ใด คิดเอาแต่ตัวรอดจึงเสียบ้านเมือง ใช่ว่าหมดคนดีนั้นหาไม่
- ↑ เรื่องจับฝิ่นที่เกิดวิวาทกับกงสุลอังกฤษ กล่าวมาแล้วในตอนที่ ๑๐