ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493.djvu/212

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๖๕

ตราช้างในวงจักร ทำนองเดียวกับตราเงินเหรียญ ทำเป็น ๒ ขนาด ขนาดใหญ่ให้เรียกว่า “อัฐ” ราคา ๔ อันเฟื้อง เท่ากับอันละ ๑๐๐ เบี้ย ขนาดเล็กให้เรียกว่า “โสฬศ” ราคา ๑๖ อันเฟื้อง เท่ากับอันละ ๕๐ เบี้ย การใช้เบี้ยหอยก็เป็นอันเลิกแต่นั้นมา

ถึงปีกุน พ.ศ. ๒๔๐๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้สร้างเหรียญทองคำมีตราทำนองเดียวกับเงินเหรียญขึ้นสำหรับให้เป็นเครื่องแลก ๓ ขนาด ขนาดใหญ่ให้เรียกว่า “ทศ” ราคา ๑๐ อันต่อชั่งหนึ่ง คืออันละ ๘ บาท (เท่าราคาทองปอนด์อังกฤษในสมัยนั้น) ขนาดกลางให้เรียกว่า “พิศ” ราคาอันละ ๔ บาท ขนาดเล็ก (คือเหรียญทองที่ได้สร้างขึ้นแต่แรก) ให้เรียกว่า “พัดดึงส์” ราคาอันละ ๑๐ สลึง เท่ากับตำลึงจีน ดูเหมือนจะเป็นในคราวเดียวกับที่ทรงสร้างเหรียญทองเป็นเครื่องแลกนี้เอง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริสร้าง (ธนบัตร) เครื่องแลกทำด้วยกระดาษ มืตัวอักษรพิมพ์แลประทับพระราชลัญจกร ๓ ดวงเป็นสำคัญทุกใบขึ้นอีกอย่าง ๑ เรียกว่า “หมาย” มีราคาต่าง ๆ กันตั้งแต่ใบละบาท ๑ เป็นลำดับลงมาจนใบละเฟื้อง ๑ และทรงพระราชดำริสร้าง (เช็ค) เรียกว่าใบ “พระราชทานเงินตรา” อีกอย่าง ๑ ขนาดแผ่นกระดาษใหญ่กว่า “หมาย” มีตัวอักษรพิมพ์แลประทับพระราชลัญจกรด้วยชาด ๒ ดวง ด้วยครามดวง ๑ เป็นลายดุนดวง ๑ เป็นสำคัญทุกใบ มีราคาต่างกัน (ว่าตามตัวอย่างที่มีอยู่เมื่อแต่งหนังสือนี้) ตั้งแต่ “พระราชทานเงินตราชั่งสิบตำลึง” ลงมาจนใบละ ๗ ตำลึง (สันนิษฐานว่าเห็นจะมีต่อลงไปจนใบละตำลึงหนึ่งเป็นอย่างต่ำ) กระดาษทั้ง ๒ อย่างนี้ใครได้ก็เห็นจะเอาไปขึ้นเงินที่พระคลังมหาสมบัติในไม่ช้า เพราะยังไม่แลเห็นประโยชน์ในการใช้กระดาษเป็นเครื่องแลกในสมัยนั้น จึงมิได้แพร่หลาย

ครั้นถึงปีฉลู พ.ศ. ๒๔๐๘ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้โรงกระสาปน์สร้างเหรียญทองแดงมีตราทำนองเดียวกับเหรียญดีบุกเป็นเครื่องแลกอีก ๒ ขนาดมีราคาในระหว่างเหรียญเงินกับเหรียญดีบุก ขนาดใหญ่ให้เรียกว่า “ซีก” ราคา ๒ อันเฟื้องขนาดเล็กให้เรียกว่า “เซี่ยว” ราคา ๔ อันเฟื้อง[1]


  1. เหรียญซีกและเซี่ยวเดิมทำหนา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรยทาน เหรียญซีกไปถูกศรีษะคนแตก จึงโปรดฯ ให้ทำให้บางลง