ให้ผู้ที่ได้รับตำแหน่งทั้ง ๓ นี้ ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณโดยผาสุกสวัสดิ์ทุกประการเทอญ
เมื่ออาลักษณ์อ่านประกาศแล้ว พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานอภิเษกด้วยน้ำพระมหาสังข์ทรงเจิม แล้วจึงพระราชทานพระสุพรรณบัฏจารึกพระนาม และพระราชทานเครื่องยศอย่างเจ้าฟ้าต่างกรมอันเป็นพระอัครราชวโรรส ครั้นเวลาบ่ายแห่มาสมโภชและรับพระราชทานของขวัญที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอีกเวลา ๑ จึงเป็นเสร็จการพิธี
การพระราชพิธีพระราชทานพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามเช่นนี้ ถ้าทำเต็มตำราทำพร้อมกับพิธีลงสรง ได้ทำเต็มตำราเป็นครั้งแรกในกรุงรัตนโกสินทร์นี้ในรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีวอก พ.ศ. ๒๓๕๕ เมื่อพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระชนมายุถึงกำหนดรับพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนาม พระบาทสมเด็จฯ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชดำริว่า การพิธีใหญ่สำหรับราชประเพณีที่เคยทำสืบมาแต่โบราณตำรับตำราสูญหายไปเสียเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาเป็นอันมาก เมื่อในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดให้สืบหาตำรับตำราเดิมและสอบถามผู้รู้แบบแผนการพระราชพิธีครั้งกรุงเก่า ทรงตั้งแบบแผนราชประเพณีตลอดจนพระราชกำหนดกฎหมายให้กลับมีขึ้นอย่างเดิม ส่วนการพิธีใหญ่ได้ทำให้ปรากฏเป็นแบบแล้วแต่ในรัชกาลที่ ๑ บางอย่าง เป็นต้นว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ทำเต็มตำราเมื่อปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๒๘ พิธีอุปราชาภิเษก ได้ทำเต็มตำราเมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๓๔๙ ครั้งพระองค์ทรงรับอุปราชาภิเษก พิธีโสกันต์เจ้าฟ้าได้ทำเต็มตำราเมื่อปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๕๑ ครั้งโสกันต์เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี แต่พิธีลงสรงเฉลิมพระนามเจ้าฟ้า เมื่อในรัชกาลที่ ๑ ยังหาได้ทำไม่ มีพระราชประสงค์จะให้ปรากฏแบบอย่างไว้สำหรับพระนคร จึงโปรดให้ทำพิธีลงสรงเฉลิมพระนามพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อปีวอก พ.ศ. ๒๓๕๕ ได้ทำเต็มตำรามาครั้งเดียวเท่านั้น ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวพระชนมายุครบกำหนดรับพระสุพรรณบัฏ ก็ไม่ได้ทำพิธีลงสรง เป็นแต่พระราชทานพระสุพรรณบัฏ ข้าพเจ้าสันนิษฐานว่าจะเป็นด้วยพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ได้ลงสรง เมื่อในรัชกาลที่ ๒ ครั้งนี้จึงมิได้ทำพิธีลงสรง เนื่องในพิธีพระราชทานพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนาม
ในปีระกา พ.ศ. ๒๔๐๔ นั้น พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า สม