“พระตำหนักตึก” ข้างในพระบรมมหาราชวัง เวลาเสด็จออกมาประพาสข้างหน้าประทับที่โรงช้างเผือก ซึ่งสร้างขึ้นไว้ครั้งรัชกาลที่ ๒ โรงสุดทางด้านตะวันออก[1] เป็นที่ให้ข้าในกรมและผู้อื่นเฝ้าแหน ครั้งเมื่อทรงผนวชเป็นสามเณรถึงเวลาลาผนวชจะต้องเสด็จออกมาประทับอยู่ข้างหน้าตามประเพณี ก็ในสมัยนั้นพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปประทับอยู่ ณ พระอภิเนาวนิเวศน์ มีพระราชประสงค์จะให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ใกล้พระองค์เพื่อจะได้ทรงฝึกหัดราชการ จึงโปรดฯ ให้แก้ไขคลังเก่าครั้งรัชกาลที่ ๓ ที่ในสวนกุหลาบ สร้างพระตำหนักสำหรับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเมื่อลาผนวช และโปรดให้ซื้อที่บ้านเจ้าพระยาพลเทพ (หลง) เตรียมไว้สำหรับสร้างวังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระอนุชา ๒ พระองค์ด้วยอีกแห่งหนึ่ง แต่หาทันได้สร้างวังไม่ เป็นแต่โปรดให้ข้าในกรมไปปลูกเรือนรักษาอยู่[2] จนตลอดรัชกาลที่ ๔
ตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลาผนวชมาประทับอยู่ที่พระตำหนักสวนกุหลาบ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฝึกหัดราชการกวดขันขึ้น คือนอกจากที่เสด็จไปเฝ้าและไปตามเสด็จโดยปกติ เวลากลางคืนถ้าทรงพระราชวินิจฉัยข้อราชการ หรือทรงประพฤติพระราชกรณีย์โดยลำพัง ก็มีรับสั่งให้หาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้าไปอยู่ปฏิบัติประจำพระองค์ ให้ทรงฟังพระบรมราโชวาท และพระบรมราชาธิบายในราชการและราชประเพณีต่างๆ เสมอ เฝ้าอยู่จนราวเที่ยงคืนบ้าง บางทีก็ดึกกว่านั้นจึงได้เสด็จกลับออกมายังพระตำหนัก นอกจากนั้นมักโปรดให้เป็นผู้เชิญกระแสรับสั่งแจ้งพระราชประสงค์หรือทรงหารือข้อราชการไปยังเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ เวลาเช้าต้องเสด็จข้ามไปบ้านเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เนือง ๆ
ถึงปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๑๐ เมื่อพระราชทานเพลิงศพพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว โปรดให้เลื่อนกรมเจ้านายเนื่องในเหตุที่พระมหาอุปราชสวรรคตตามราชประเพณีเคยมีมาแต่รัชกาลที่ ๓ เจ้านายซึ่งโปรดให้เลื่อนกรมครั้งนั้น คือสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
- ↑ อยู่ตรงมุขกระสันตะวันออกแห่งพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
- ↑ ที่แห่งนี้อยู่ริมคลองตลาดฝั่งใต้ปลายถนนอัษฎางค์ต่อถนนจักรเพชร์ ถึงรัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ปลัดกรม อ่ำ ข้าหลวงเดิมซึ่งได้เป็นที่พระอินทรเทพแล้ว เลื่อนเป็นพระยามหามนตรีและเป็นพระยาพิชัยสงครามเป็นที่สุด สร้างบ้านเรือนอยู่จนตลอดอายุ