ให้ผู้ที่ได้รับตำแหน่งทั้ง ๓ นายนั้น ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณ โดยผาสุกสวัสดิ์ทุกประการเทอญ[1]
มีเรื่องเนื่องในการเลื่อนกรมครั้งนี้[2] ปรากฏว่า วันเมื่อพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดำรัสสั่งนั้น เสด็จประทับที่ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อมีพระราชดำรัสสั่งให้เตรียมการเลื่อนกรมแล้ว มีรับสั่งให้หาเจ้านายทั้ง ๔ พระองค์นั้นเข้าไปเฝ้ายังที่รโหฐานตรงหน้าพระลงมา มีพระราชดำรัสว่าจะให้ปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์พระมหามณีรัตนปฏิมากร ว่าเจ้านายซึ่งจะเป็นกรมขุน ๔ องค์นี้ ถ้าใครได้ครองราชสมบัติต่อไป ไมทรงรังเกียจเลย เจ้านายทั้ง ๓ พระองค์ต่างถวายปฏิญาณแล้วกราบทูลว่า มิได้ทรงคิดมักใหญ่ใฝ่สูง ตั้งพระราชหฤทัยแต่จะสนองพระเดชพระคุณช่วยทำนุบำรุงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอให้ได้รับราชสมบัติสืบไป ดังนี้
เมื่อเลื่อนกรมแล้ว พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับตำแหน่งมีหน้าที่ในราชการแผ่นดินต่อมา คือ ทรงบัญชาการกรมมหาดเล็ก เหมือนอย่างพระบาทสมเด็จฯ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดให้พระองค์เองเมื่อยังเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ทรงบัญชาการกรม ๑ ทรงบัญชาการกรมทหารบกวังหน้า ซึ่งมาสมทบรับราชการวังหลวงตามประเพณีตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต[3] กรม ๑ และแต่ก่อนได้โปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นมเหศวร ศิววิลาศทรงบัญชาการกรมล้อมพระราชวัง กับกรมพระคลังมหาสมบัติ ครั้นกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศสิ้นพระชนม์ จึงโปรดให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบัญชาการ ๒ กรมนั้นด้วย อนึ่ง เมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๔๐๙ นั้น พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ลงมือสร้างพระราชวังสราญรมย์ขึ้นที่ใกล้พระบรมมหาราชวังทางด้านตะวันออกอีกแห่งหนึ่ง ด้วยตั้งพระราชหฤทัยว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมบูรณ์พระชันษา พอเสร็จกิจทรงผนวชเป็นภิกษุภาวะแล้ว จะทรงมอบเวนราช