เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับที่พระตำหนักสวนกุหลาบนั้น มีแพเป็นที่เสด็จประพาส[1] จอดไว้ที่ข้างใต้ท่าราชวรดิตถ์หลังหนึ่ง ด้วยในสมัยนั้นที่สโมสรของผู้ดี ยังอยู่ทางแม่น้ำตามแบบโบราณ ผู้มีบรรดาศักดิ์มักมีแพเป็นที่พักและเป็นที่พบปะมิตรสหาย ชอบไปมาเที่ยวเตร่กันโดยทางเรือเป็นพื้น แต่ที่พระตำหนักสวนกุหลาบในสมัยนั้นก็เป็นที่ประชุมของเจ้านายและข้าราชการชั้นหนุ่มๆ คล้ายกับเป็นสโมสรสถานอันหนึ่ง ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชอัธยาศัยโอบอ้อมอารี และโปรดการสมาคมกับผู้อื่นมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว บรรดาพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งประสูติภายหลังสมเด็จพระบรมชนกนาถเสวยราชย์ ล้วนเคยรักใคร่นับถือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นหัวหน้ามาตั้งแต่ทรงจำความได้ทุกพระองค์ ต่างก็ติดตามออกไปเฝ้าแหน เล่นหัวและโดยเสด็จประพาสไม่ขาด[2] ส่วนเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เช่น สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนบำราบปรปักษ์เป็นต้น ในเวลานั้นยังไม่ทรงพระชรา มักพอพระหฤทัยหาของซึ่งชอบเล่นกันในสมัยนั้น เช่นกล้องเมียซ่อมเป็นต้น ก็มักพากันเสด็จไปทรงสนทนาที่สวนกุหลาบ ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเล่นของเหล่านั้นเหมือนกัน แม้หม่อมเจ้าทั้งชั้นผู้ใหญ่และชั้นที่ยังเยาว์ก็มีไปเฝ้าไม่ขาด แต่ข้าราชการที่หมั่นไปสวนกุหลาบนั้นมักเป็นพวกชั้นหนุ่ม ๆ และเป็นข้าราชการในพระราชสำนักเป็นพื้น
เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จอยู่พระตำหนักสวนกุหลาบ มีพระธิดากับหม่อมราชวงศ์แข (คือ พระองค์เจ้าผ่อง) พระองค์ ๑ ประสูติที่วังเดิมของกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์[3] เมื่อวัน
- ↑ แพหลังนี้เมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว เรียกว่า “แพข้าหลวงเดิม" สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระจักรพรรดิพงศ์ ทรงรับไปรักษาไว้ที่หน้าพระราชวังเดิมอยู่ที่นั่นจนสิ้นพระชนม์ ต่อมาภายหลังเมื่อสร้างท่าวาสุกรีแล้ว โปรดให้ถอยไปจอดไว้ที่ท่าวาสุกรี
- ↑ ตัวข้าพเข้าอยู่ในชั้นเล็ก อายุได้ ๕ ขวบออกไปเฝ้าที่สวนกุหลาบครั้งแรกโปรดให้ตัดเสื้อสักหลาดสีเขียวตามแบบแฟชั่นในเวลานั้นพระราชทานตัวหนึ่ง เลยติดใจไปสวนกุหลาบเสมอ ยังจำได้อยู่
- ↑ ด้วยตามราชประเพณีมีมาแต่โบราณ ถือว่าประสูติในพระราชวังได้แต่พระราชโอรสธิดาของพระเจ้าแผ่นดิน
ยุรวงศ์ไปทูลความแก่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านไปด้วยได้ยินกราบทูลอธิบายดังกล่าวมา