ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493.djvu/57

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๔๕

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวบวรราชาภิเษกนั้น กรมหมื่นบวรวิชัยชาญยังไม่ได้โสกันต์ ด้วยเมื่อเวลาพระชันษาถึงกำหนดโสกันต์ในปลายปีจอ พ.ศ. ๒๓๙๓ พระบาทสมเด็จฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวกำลังทรงประชวรหนักจึงต้องงดงาน และต้องรอมาจนเสร็จงานพระบรมศพแล้ว จึงได้โสกันต์ ต่อปีชวด พ.ศ. ๒๓๙๕ เมื่อพระชันษาได้ ๑๕ ปี มีการแห่โสกันต์ที่ในพระบวรราชวัง[1] และพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นไปทรงจรดพระกรรไตรพระราชทาน ต่อมาถึงปีฉลู พ.ศ. ๒๓๙๖ ทรงผนวชเป็นสามเณรพร้อมกับพระองค์เจ้าสุธารส พระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกพระองค์หนึ่ง มีงานสมโภชที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยในพระบวรราชวังเมื่อ ณ วันเสาร์ เดือน ๘ ทุติยาสาฒ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ครั้นรุ่งขึ้นแห่จากพระบวรราชวัง เดินกระบวนแห่ออกประตูพรหมทวารมายังพระบรมมหาราชวัง เข้าประตูสวัสดิโสภา แล้วทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กระบวนแห่เป็นกระบวนใหญ่ ปรากฏเกณฑ์กระบวนมีช้าง ๓๐ ม้า ๑๐๘ ทหารสิป่าย ๑๐๘ พิณพาทย์จีน ๒๘ คน เกณฑ์แห่ทั้งพวกพลวังหลวงวังหน้าสมทบกับขุนหมื่น ๗๙๐ ไพร่ ๑๓๔๗ รวมคนเดินกระบวนแห่ ๒๒๗๓ 


    ทำแผนที่พระนครสำเร็จนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสสั่งข้าพเจ้าว่า เอาขึ้นไปอวดให้วังหน้าดูสักที ข้าพเจ้าจึงนำแผนที่ขึ้นไปตามรับสั่ง กรมพระราชวังบวรฯ ได้ทอดพระเนตรก็โปรดตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า วิชานี่ดีนะจ๊ะ อุตส่าห์ฝึกหัดต่อไปเถิด อีกอย่างหนึ่งเมื่อกรมพระราชวังบวรทิวงคต ที่ในพระราชวังบวรฯ มีโรงถลุงแร่ตามแบบฝรั่งอยู่ริมพระราชมนเทียร และมีตัวอย่างแร่ต่าง ๆ รวบรวมไว้เป็นอันมาก เล่ากันว่าทรงพยายามเสาะหาแร่ต่าง ๆ บรรดามีในประเทศสยามนี้มาตรวจแล้วทำบัญชี มีนามทั้งภาษาไทยและภาษาลาติน แต่การถลุงแร่นั้น จะทรงมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ทางไหนสืบไม่ได้ความ

  1. เดิมเรียกว่า “พระราชวังบวรสถานมงคล” เป็นแบบมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ครั้นถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสมอพระเจ้าแผ่นดิน จึงโปรดให้ใช้นามว่าวัง “พระบวรราชวัง” มาถึงรัชกาลที่ ๕ ก็กลับเรียกว่า พระราชวังบวรสถานมงคล ตามเดิม