ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493.djvu/73

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๕๘

เป็นต้น ก็ผูกขาดเป็นของหลวง ขายซื้อได้แต่ที่คลังสินค้าแห่งเดียว นอกจากวิธีเก็บภาษีดังกล่าวมา ในสมัยนั้นทั้งในหลวงและเจ้านายขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยยังทำการค้าขายเองตามประเพณีซึ่งมีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา คือแต่งเรือไปซื้อขายสินค้าถึงนานาประเทศบ้าง เช่าระวางเรือของผู้อื่นฝากสินค้าไปมาบ้าง พวกพ่อค้าฝรั่ง (ทั้งอังกฤษและอเมริกัน) กล่าวหาว่ารัฐบาลเก็บค่าจังกอบแล้วยังแย่งค้าขายและเก็บภาษีโดยทางอ้อมผิดกับหนังสือสัญญา ข้างฝ่ายไทยเถียงว่าไม่ได้ทำผิดสัญญา เพราะการที่เก็บภาษีขาเข้าขาออกเป็นประเพณีเดิม พวกฝรั่งมาขอเปลี่ยนเป็นเสียค่าปากเรือแทนก็ได้อนุญาตให้ตามประสงค์ เมื่อไม่สมัครเสียค่าปากเรือ จะกลับไปเสียภาษีขาเข้าขาออกอย่างเก่าเหมือนกับพ่อค้าแขกและจีนก็ได้ จะยอมให้เป็นไปตามใจสมัคร แต่ข้อที่ว่าค้าขายแข่งนั้น ในหนังสือสัญญาก็ไม่ได้รับว่าจะเลิกการค้าขายของหลวงหรือไม่ อนุญาตให้เจ้านายข้าราชการค้าขาย จะว่าทำผิดสัญญาอย่างไรได้ เกิดเป็นข้อโต้แย้งกันมาดังนี้หลายปี ในระหว่างนั้นเกิดสงครามอังกฤษกับจีน จีนแพ้ต้องยอมทำหนังสือสัญญาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๕ ยอมยกเกาะฮ่องกง ให้เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และยอมให้อังกฤษเข้าไปมีอำนาจในเมืองจีนหลายอย่าง พอการทางการเมืองจีนค่อยเรียบร้อย รัฐบาลอังกฤษก็แต่งให้เซอร์เจมสบรุกเป็นทูตเข้ามากรุงเทพฯ เมื่อปีจอ พ.ศ. ๒๓๙๓ เพื่อจะขอแก้หนังสือสัญญา แต่มาประจวบเวลาพระบาทสมเด็จฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวกำลังประชวรเมื่อคราวจะเสด็จสวรรคต ได้แต่พระราชทานกระแสพระราชดำริออกมาให้ข้าราชการผู้ใหญ่ปรึกษาหารือกันเจรจากับเซอร์เจมสบรุก ที่สุดก็ไม่ตกลงกันได้อีก เซอร์เจมสบรุกต้องกลับไปเปล่า และปรากฏว่าไปเสนอต่อรัฐบาลอังกฤษว่าควรจะส่งกองทัพเรือเข้ามาบังคับให้ไทยทำหนังสือสัญญาเหมือนอย่างเมืองจีน แต่เผอิญประจวบเวลาทางเมืองไทยเปลี่ยนรัชกาล พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเมื่อปีกุน พ.ศ. ๒๓๙๔ พระองค์ทรงพระราชดำริโดยพระปรีชาญาณเห็นมาแต่เมื่อยังทรงผนวชอยู่ในรัชกาลที่ ๓ ว่าเหตุการณ์ทางประเทศตะวันออกไม่เหมือนแต่ก่อน ด้วยฝรั่งมามีอำนาจขึ้น ซึ่งจะไม่ยอมแก้หนังสือสัญญานั้นไม่ได้ ฝ่ายข้างอังกฤษมาถึงสมัยนี้รัฐบาลมอบอำนาจให้เซอร์จอนเบาริง เจ้าเมืองฮ่องกงเป็นผู้มาจัดการทำหนังสือสัญญากับไทยให้สำเร็จ เซอร์จอนเบาริงทราบว่าพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงศึกษาสันทัดภาษาอังกฤษ และมีพระราชอัธยาศัยกว้างขวาง เห็นว่าอาจจะทำสัญญากันได้โดยดี จึงมีจดหมายเข้ามาทำทางไมตรีให้มีต่อส่วน