ชนกนาถ จึงไม่เสด็จออกวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่คงเชิญพระบรมอัฏฐิและพระอัฏฐิสมเด็จพระบุรพการีเสด็จออกประดิษฐาน ณ พระมหาปราสาท อนุโลมตามแบบอย่างซึ่งพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงตั้งไว้.
แก้เศวตฉัตร
มีคติถือมาแต่โบราณว่า พระเศวตฉัตร์นั้นจะลดลงจากที่ได้ต่อเมื่อเปลี่ยนรัชกาล โดยปกติถ้าจะซ่อมแซม เช่นเปลี่ยนผ้าหุ้มใหม่ ต้องตั้งร่างร้านขึ้นไปทำบนนั้น ถ้าหากมีความจำเป็นต้องลด เช่นเวลาปฏิสังขรณ์พระราชมนเทียรเป็นต้น เมื่อกลับยกเศวตฉัตรขึ้นที่เดิม ก็ต้องทำเป็นการพิธีมีฤกษ์และสมโภชน์ เพราะฉะนั้นจึงมีแต่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเดียว ซึ่งระเบียบการพิธีมีลดพระเศวตฉัตรลงซ่อมแซมและเปลี่ยนผ้าหุ้มใหม่ แล้วยกกลับขึ้นตั้งที่ในวันแรกตั้งการพิธีบรมราชาภิเษก แต่การที่ยกพระเศวตฉัตรจะทำเป็นการพิธีแทรกอีกส่วนหนึ่ง ดังเช่นประโคมดุริยดนตรี และยิงปืนมหาฤกษ์มหาชัยเมื่อเวลายกมาแต่เดิม หรือเป็นของพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริเพิ่มขึ้น ข้อนี้ยังไม่ทราบแน่ ได้ยินมาแต่ว่าแต่ก่อนใช้ตาดหุ้มพระเศวตฉัตร ถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า พระเศวตฉัตรต้องหุ้มด้วยผ้าขาวจึงจะตรงกับตำรา ที่ใช้ตาดหุ้มกลับทำให้เลวลง โปรดให้กลับใช้ผ้าขาวหุ้มอย่างเดิม สันนิษฐานว่าคงทรงพระราชดำริเมื่อทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ ๔.
๔ เปลี่ยนพระที่นั่งอัฐทิศและพระที่นั่งภัทรบิฐ[1]
พระที่นั่งอัฐทิศอันทำด้วยไม้มะเดื่อนั้น แต่ก่อนมาต่อเมื่อจะมีงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงสร้างขึ้นสำหรับใช้ชั่วคราว พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างจำหลักปิดทองเป็นของถาวร (สันนิษฐานว่าเมื่องานเฉลิมพระราชมนเทียรพระอภิเนาวนิเวศ) แล้วตั้งประจำที่ไว้ในพระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งอัฐทิศองค์นี้ จึงพึ่งใช้งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
สันนิษฐานต่อเนื่องไปอีกข้อหนึ่งถึงเรื่องพระที่นั่งภัทรบิฐ เดิมก็เห็นจะสร้างขึ้นใช้ฉะเพาะงานเหมือนอย่างพระที่นั่งอัฐทิศ พระที่นั่งภัทรบิฐองค์ที่ใช้ในปัจจุบันนี้ ทำด้วยถมเป็น
- ↑ เรื่องเปลี่ยนพระที่นั่งอัฐทิศ เป็นพระบรมราชาธิบายชองพระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว