๒. พระพุทธบุษยรัตน์ฯ (ได้มาจากเมืองจำปาศักดิ์เมื่อรัชกาลที่ ๒ แต่พึ่งตั้งพระแท่นมณฑลพิธีเมื่อรัชกาลที่ ๔)
๓. พระแก้วเรือนทอง (ในหนังสืออื่นเรียกว่าพระเรือนแก้วก็มี เป็นพระหยกได้มาเมื่อรัชกาลที่ ๓ เห็นจะตั้งพระแท่นมณฑลมาแต่ในรัชกาลนั้น)
๔. พระแก้วเชียงแสน (ได้มาเมื่อรัชกาลที่ ๔ พึ่งตั้งงานบรมราชาภิเษกครั้งรัชกาลที่ ๕ เป็นทีแรก)
๕. พระชัยประจำรัชกาลที่ ๑
๖. พระชัยประจำรัชกาลที่ ๒
๗. พระชัยประจำรัชกาลที่ ๓
๘. พระชัยประจำรัชกาลที่ ๔ (พึ่งตั้งงานบรมราชาภิเษกครั้งรัชกาลที่ ๕ เป็นทีแรก)[1]
๙. พระชัยพิธี (พระทรงเครื่องยืน หล่อด้วยเงินหุ้มทองแต่ในรัชกาลที่ ๑)
๑๐. พระชัยหลังช้าง (ครั้งรัชกาลที่ ๑)
๑๑. พระนิรันตราย (ทรงสร้างสรวมพระทองคำของโบราณเมื่อในรัชกาลที่ ๔ พึ่งตั้งงานบรมราชาภิเษกครั้งรัชกาลที่ ๕ เป็นทีแรก)
๑๒. คัมภีร์พระธรรม (คือพระไตรปิฎกย่อ สันนิษฐานว่าจะพึ่งตั้งพระแท่นมณฑลเมื่อในรัชกาลที่ ๔
หมวดพระราชสิริ
๑. พระสุพรรณบัฏ
๒. ดวงพระชันษา (จารึกพร้อมกับพระสุพรรณบัฏ)
๓. พระราชลัญจกร (แต่เดิมเรียกว่า “พระอุณาโลมทำแท่ง” คือทำแท่งครั่งประทับพระราชลัญจกรมหาอุณาโลม หมายความว่า พระราชโองการตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ โปรดให้ตั้งพระราชลัญจกรแทน)
หมวดเครื่องพระมุรธาภิเษก
๑. ครอบพระกริ่ง (บางทีจะได้เคยตั้งแต่ครั้งราชาภิเษกรัชกาลที่ ๔)
- ↑ พระชัยประจำรัชกาลอื่นนอกจากรัชกาลที่๑ สร้างภายหลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพราะฉะนั้นย่อมตั้งพระชัยประจำรัชกาลก่อน.