รูปพระเก้าอี้ และมีคำกล่าวกันมาว่า เจ้าพระยานครศรีธรรมราชทำถวาย ก็การที่จะทำพระที่นั่งภัทรบิฐสำหรับราชาภิเษก ถวายพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งทรงราชาภิเษกเสร็จแล้ว ย่อมใช่วิสัยที่จะเป็นได้ พระราชอาสน์ทำด้วยถม ซึ่งเจ้าพระยานครได้ทำถวายมีปรากฏอีก ๒ องค์ คือพระแท่นเสด็จออกขุนนาง องค์ ๑ พระราชยานองค์ ๑ จึงสันนิษฐานว่า พระที่นั่งภัทรบิฐถมนี้ เดิมเจ้าพระยานครฯ เห็นจะสร้างเป็นพระเก้าอี้สำหรับเสด็จประทับรับแขกเมืองถวายพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องกับพระราชอาสน์ ๒ องค์ซึ่งกล่าวมาก่อน โปรดให้บูรณะเป็นพระที่นังภัทรบิฐในคราวเดียวกับทรงสร้างพระที่นั่งอัฐทิศ จึงได้เป็นคู่กันมาจนทุกวันนี้
เครื่องแต่งพระแท่นมณฑล
เครื่องตั้งพระแท่นมณฑล เมื่องานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๒ ตั้งสิ่งใดบ้าง มีปรากฏในจดหมายเหตุ[1] และมาปรากฏว่ามีสิ่งซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อในรัชกาลที่ ๔ อีกมาก[2] บางสิ่งเพิ่มขึ้นเมื่องานบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๔ บางสิ่งซึ่งเพิ่มขึ้นต่อภายหลังพึ่งจะได้ตั้งพระแท่นมณฑลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อรัชกาลที่ ๕ เป็นครั้งแรก[3] จึงควรจะกล่าวถึงเครื่องแต่งพระแท่นมณฑลด้วย แต่เพื่อความสดวกแก่ผู้อ่าน จะพรรณนาเป็นหมวด ๆ และสิ่งซึ่งไม่มีอธิบายบอกเป็นอย่างอื่นนั้น เข้าใจว่าเป็นของเคยตั้งพระแท่นมณฑลมาแต่รัชกาลที่ ๑ คือ
หมวดพระเจ้า
๑. พระบรมสารีริกธาตุ (เมื่อรัชกาลที่ ๒ ทำที่ตั้งรับกรัณฑ์เป็นระย้ากินนร จึงเรียกกันว่า “พระธาตุระย้ากินนร” เดิมตั้งที่พระสงฆ์สวดมนต์พระที่นั่งจักพรรดิพิมานองค์ตะวันตก มาตั้งพระแท่นมณฑลเมื่อรัชกาลที่ ๔ และต่อมาทรงสร้างพระสถูปถมครอบนอกอีกชั้นหนึ่ง)
- ↑ พรรณนาไว้ในโคลงลิลิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวถ้วนถี่
- ↑ ในรัชกาลภายหลัง ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ มาก็เพิ่มขึ้นอีกทุกรัชกาล.
- ↑ ในพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ ๔ ซึ่งเจ้าพระยาทิพากรวงศแต่งตรงว่าด้วยงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็พรรณนาสิ่งซึ่งตั้งพระแท่นมณฑลไว้โดยพิศดาร แต่สังเกตว่าสิ่งซึ่งเกิดในรัชกาลที่ ๔ ตอนหลังก็มี เช่นพระเต้าเทวบิฐเป็นต้น จึงนึกสงสัยว่าหรือท่านจะได้หมายรับสั่งครั้งรัชกาลที่ ๕ ไปใช้เป็นหลักโดยทราบจากสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาบำราบปรปักษ์ว่าทำอย่างเดียวกับครั้งรัชกาลที่ ๕ ก็มิได้สังเกตไปถึงสิ่งซึ่งเพิ่มเติมขึ้นต่อภายหลัง.