ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493.djvu/118

จาก วิกิซอร์ซ
(เปลี่ยนทางจาก หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493 (1).djvu/127)
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๐๑

วงศานุวงศ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทูลเกล้าฯ ถวาย[1] ครั้นเวลาค่ำเสด็จออกทรงสดับพระธรรมเทศนาพิเศษเนื่องด้วยงานพระบรมราชาภิเษก ๔ กัณฑ์ คือ วันแรม ๑๓ ค่ำ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง ถวายเทศนา ว่าด้วยทศพิธราชธรรมและจักรวรรดิวัตร วันแรม ๑๔ ค่ำ กรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธ์ถวายเทศนา ว่าด้วยพระราชพงศาวดาร วันแรม ๑๕ ค่ำ (พระสาสนโสภณวัดราชประดิษฐ) ถวายเทศนามงคลสูตร เดือนอ้าย ขึ้นค่ำ ๑ (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์จี่วัดประยุรวงศาวาส) ถวายเทศนารัตนสูตร[2] เป็นเสร็จงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก[3] ต่อนี้ก็แห่เสด็จเลียบพระนครซึ่งจะพรรณนาเป็นตอนหนึ่งต่างหาก


  1. พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชาธิบายว่า การถวายดอกไม้ธูปเทียนนั้น ตามประเพณีมีในงาน ๒ อย่างคือ งานเฉลิมพระราชมนเทียรอย่าง ๑ กับงานทรงบำเพ็ญพระราชกุศลซึ่งเป็นงานใหญ่ เช่นฉลองวัดเป็นต้นอย่าง ๑ มิใช่ถวายในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
  2. ในจดหมายเหตุที่พบไม่ปรากฏชื่อท่านผู้เทศนามงคลสูตร รัตนสูตร แต่สันนิษฐานว่า ๒ องค์นั้นเห็นจะไม่ผิด อนึ่งประเพณีที่ทรงสดับพระธรรมเทศนาเนื่องในงานพระราขพิธีบรมราชาภิเษก ไม่พบจดหมายเหตุว่าเคยมีมาแต่ก่อน สันนิษฐานว่าจะมีครั้งนี้เป็นครั้งแรก สืบมาแต่พระราชนิยมของพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อนึ่ง ในพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ ๔ กล่าวว่า มีการถือน้ำน้ำพระพิพัฒนสัตยาที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่ในรัชกาลที่ ๕ หาปรากฏว่ามีไม่
  3. พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า พิธีราชาภิเษกซึ่งทำกันมานั้นเป็น ๒ ตำรา แต่หลงทำรคนปนกันไปเสีย คือว่าหลักแห่งการราชาภิเษกนั้น มีรดน้ำแล้วเถลิงราชาอาสน์เป็นเสร็จพิธี ที่ว่าปนกันนั้นเล็งเห็นได้ สรงมุรธาภิเษกกับขึ้นอัฐทิศรับน้ำนั้น เป็นรดน้ำเหมือนกัน ขึ้นภัทรบิฐกับขึ้นพระแท่นเศวตร เป็นเถลิงราชาอาสน์เหมือนกัน อย่างขึ้นพระที่นั่งอัฐทิศและภัทรบิฐนั้นเป็นอย่างน้อย อย่างสรงมุรธาภิเษกและขึ้นพระแท่นเศวตรนั้นเป็นอย่างใหญ่ สำหรับเลือกทำตามโอกาศจะอำนวย แต่หากเกิดความเข้าใจกันขึ้นคราวใดคราวหนึ่ง เลยทำเสียทั้ง ๒ อย่างให้เป็นที่สิ้นสงสัยจึงเลยเลอะมา โดยพระราชดำริเช่นนี้ เมื่อเฉลิมราชมณเทียรพระราชวังดุสิต จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำพระแท่นที่สรงเป็น ๘ เหลี่ยม ยอดเป็นเศวตรไว้ทุ้งสหัสธาราในนั้น เวลาเสด็จขึ้นที่สรงไขสหัสธาราแล้ว ราชบัณฑิตยและพราหมณ์เข้าถวายน้ำ ๘ ทิศติดไปทีเดียว เสร็จแล้วเสด็จขึ้นทรงเครี่องบนพลับพลา แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอภิเศกดุสิต เสด็จขึ้นเถลิงภัทรบิฐซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ทำใหม่ตั้งเหนือพระแท่นเศวตรฉัตร พระบรมวงศานุวงศข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายหน้าเฝ้า พราหมณ์ร่ายมนต์สรรเสริญไกลาศเสร็จแล้วฝ่ายหน้ากราบถวายบังคมลาออก พระบรมวงศานุวงศข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายในเข้าเฝ้า แล้วเสด็จขึ้น.