บวนแห่เสด็จสำเร็จแล้วทำการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเต็มตามตำราเมื่อปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๒๘ จึงเสด็จเลียบพระนครทั้งทางบกและทางเรือครั้ง ๑ ถึงรัชกาลที่ ๔ (ได้ยินว่าเพราะประจวบกับเวลาที่ได้ซ่อมแซมเรือกระบวนเมื่อตอนปลายรัชกาลที่ ๓) จึงมีการเลียบพระนครทั้งทางบกและทางเรือ อีกครั้ง ๑ เมื่อพระบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ ๒ และ รัชกาลที่ ๓ มีแต่เลียบพระนครทางบก ถึงรัชกาลที่ ๕ จึงมีการเลียบพระนครแต่ทางบกอย่างเดียว[1]
กระบวนแห่เสด็จเลียบพระนครทางบก[2] เป็นทำนองเดียวกันทุกรัชกาล จัดกระบวนเป็นตอน คือ ตอนที่ ๑ พวกเสนากรมต่างๆ เดินเป็น ๘ สายนำหน้า ตอนที่ ๒ กระบวนหลวง ตอนที่ ๓ เสนากรมต่างๆ กระบวนหลังเดิน ๘ สาย ตอนที่ ๔ กระบวนเจ้านายทรงม้า และเสนาบดีนั่งเสลี่ยงหรือแคร่ตามบันดาศักดิ์ตามเสด็จด้วยเป็นที่สุด กระบวนแห่เปลี่ยนแปลงบ้างแต่เมื่อมีทหารอย่างใดจัดขึ้นในรัชกาลก่อน ถึงรัชกาลหลังก็เพิ่มทหารอย่างนั้นเข้าในกระบวนแห่ด้วย.
ในรัชกาลที่ ๕ เสด็จเลียบพระนครเมื่อวันพุธ เดือนอ้าย ขึ้น ๔ ค่ำ ปีมะโรงฯ เมื่อก่อนวันแห่เจ้าพนักงานแต่งทางถนน “เกลี่ยทรายราบรื่น”[3] สองข้างทางปักฉัตรเบญจรงค์ ๗ ชั้น กั้นราชวัตรผูกต้นกล้วยอ้อยและธงกระดาดรายเป็นระยะ และมีปี่พาทย์กลองแขกเครื่องประโคม และตั้งร้านน้ำสำหรับบริโภคไว้ด้วยทุกระยะที่แห่งใดเป็นหัวถนนหนทาง ก็มีพวกทหารกรมอาสาหกเหล่าไปตั้งกระโจมหอกจุกช่องทุกแห่งไป เป็นอย่างทหารรายทางในสมัยนั้น อนึ่งแต่ก่อนมามีประเพณีบังคับเจ้าของเรือนบรรดาอยู่ริมทางแห่เสด็จให้ปิดประตูหน้าต่าง[4]
- ↑ แต่เมื่อทำพิธีบรมราชาภิเษกคราวปีระกา พ.ศ. ๒๔๑๖ มีการเลียบพระนครทั้งทางบกและทางเรือ
- ↑ ริ้วกระบวนแห่เสด็จเลียบพระนครคราวปีมะโรง ข้าพเจ้าค้นพบเมื่อแต่งหนังสือนี้ ๒ ฉะบับ ฉะบับหนึ่งดูเป็นริ้วกระบวนเมื่อก่อนแห่ อีกฉะบับหนึ่งเป็นจดหมายเหตุพรรณนากระบวนอย่างย่อ ๆ เมื่อแห่แล้ว ทั้ง ๒ ฉะบับมีแตกต่างกันอยู่บ้าง ต้องใช้ความสันนิษฐานตัดสินในบางแห่ง
- ↑ ในสมัยนั้นไม่ได้ทำถนนถมศิลาสำหรับใช้รถ ถนนรอบพระบรมมหาราชวังปูด้วย “อิฐ” รูแผ่นใหญ่ พื้นที่ขรุขระ เวลามีการแห่จึงต้องโรยทราย
- ↑ ประเพณีนี้ได้มาแต่เมืองปักกิ่ง แต่จะได้มาครั้งไหนหาทราบไม่