พวกข้าเจ้าต่างกรมพากันคาดว่า เจ้านายของตนจะได้เลื่อนขึ้นเป็นพระมหาอุปราชหลายกรม บางแห่งถึงเตรียมตัวหาผ้าสมปักขุนนาง และที่เป็นตำรวจหาหอกไว้ถือแห่เสด็จก็มี กิตติศัพท์นั้นทราบถึงพระบาทสมเด็จฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปรึกษาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ เมื่อยังเป็นที่เจ้าพระยาพระคลัง และสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ เมื่อยังเป็นพระยาศรีพิพัฒน์ พระยาศรีพิพัฒน์กราบทูลความเห็นว่า ควรจะโปรดให้เลื่อนกรมเจ้านายที่มีความชอบเสียทันที จะได้ปรากฏแก่ข้าในกรมว่า เจ้านายของตนจะเลื่อนพระยศเป็นได้เพียงนั้นเอง ก็ทรงพระราชดำริเห็นชอบด้วย[1] เจ้านายซึ่งได้เลื่อนกรมครั้งนั้น ยังดำรงพระชนม์อยู่มาจนถึงสิ้นรัชกาลที่ ๓ หลายพระองค์ แต่กรมขุนพิพิธภูเบนทร์นั้นเกิดทรงหวาดหวั่น (เพราะข้าในกรมเคยอวดอ้างยิ่งกว่ากรมอื่น) เกรงเจ้าพระยาพระคลัง กับเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ จะพาลเอาผิดในเวลาเปลี่ยนรัชกาล[2] ถึงเรียกระดมพวกเลกผาข้าในกรมเข้ามารักษาพระองค์ ที่วังไม่พอให้คนอยู่ ต้องให้ไปอาศัยพักอยู่ตามศาลาในวัดพระเชตุพน ความนั้นทราบถึงสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ แต่ยังสงสัยจึงให้บุตร ๒ คน[3] ไปตรวจดูว่าจะจริงอย่างว่าหรืออย่างไร ก็ไม่เห็นมีผู้คนอยู่ตามศาลามากผิดปกติ ไต่ถามได้ความว่าเป็นข้าในกรมขุนพิพิธภูเบนทร์ทั้งนั้น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์จึงเรียกเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์มาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เรียนว่า ขอให้สงบไว้สักวันหนึ่งก่อน ในวันนั้นท่านรีบลงไปยังเมืองสมุทรปราการ เรียกพวกมหาดเล็กปืนเล็กเอาลงมาบรรทุกเต็มเรือกำปั่นลำหนึ่งแล่นขึ้นมาในกลางคืน พอเวลาเช้าถึงกรุงเทพฯ ให้เรือทอดสมอที่ท่าเตียน แล้วตัวท่านตรงไปเฝ้ากรมขุนพิพิธภูเบนทร์ ทูลว่าบิดาให้มาทูลถามว่า ที่ทรงระดมผู้คนเข้าไว้มากมายเช่น
หน้า:Phongsawadan Ratchakan Thi Ha 2493.djvu/70
หน้าตา