มีวิริยปรีชาญาณสามารถ มีน้ำใจองอาจแกล้วกล้า รอบรู้ในราชกิจน้อยใหญ่และได้ทรงคุ้นเคยเป็นที่สนิทชิดชอบพระราชอัทยาศรัยแต่เดิมมา บัดนี้ตั้งอยู่ในที่ปรึกษาราชการต่างๆ สมควรจะเป็นเสนาบดีที่ตำแหน่งผู้ใหญ่ได้
จึงมีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสสั่งให้เลื่อน พระยาสุรวงศวัยวัฒน์ ผู้เป็นพระบรมญาติอันประเสริฐ เป็นเจ้าพระยาที่สมุหพระกลาโหม มีสร้อยนามเพิ่มต่อไปดังนี้ เจ้าพระยาสุรวงศวัยวัฒน์พิพัฒนศักดิ์ อัคยโลดมบรมนาถนราธิราชมนตรีวรคชสีห์สิงหมุรธาธร ทักษิณนครคามรัษฎานุกิจการทวยหาญพลพยุหเนตร นเรศรวรนายกสยามดิลกนฤบดินทร์ ปรมินทรมหาราชวโรปการกิจ สิทธิศุภการ เสนางควิจารณมหาเสนาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ สมุหพระกลาโหม ศักดินา ๑๐๐๐๐ ตามพระราชกำหนด
อนึ่งทรงพระราชดำริว่า พระยาเทพประชุน ได้เคยรอบรู้ราชการฑูตถึงกรุงลอนดอน เมื่อกลับมาก็ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณหลายอย่าง เป็นคนสัจซื่อมั่นคง รู้ขนบธรรมเนียมต่างประเทศ สมควรจะรับราชการสนองพระเดชพระคุณในตำแหน่งเสนาบดีกรมท่าว่าการต่างได้ จึงมีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ดำรัสให้เลื่อนพระยาเทพประชุนเป็นเจ้าพระยาภาณุวงศมหาโกษาธิบดี ศรีวิบูลยยศสุนทรศักดิ์ อัครมหาราชานุกูลกิจ วิจิตรวรปรีชาญาณ ราชสมบัตรสาร ไพบูลยพิพัฒน์ประทุมรัตนมุรธาธร สมุทตีรนครเกษตราธิบาล สรรพดิฐการมหิศวนร์ วรฤทธิธาดา เมตยาชวาภิธยาศัย อภัยพิริยปรากรมพาหุ ที่เจ้าพระยาพระคลัง ถือศักดินา ๑๐๐๐๐ ตามพระราชกำหนด
ต่อวันประกาศ เพิ่มยศมา เจ้าพนักงานกรมภูษามาลาเชิญตราตำแหน่งลงเรือเอกชัยไปส่งมอบแก่เจ้าพระยาทั้ง ๔[1] คือ
เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้รับตราสุริยมณฑลดวง ๑ กับตราศรพระขรรค์อีกดวง ๑ ตราศรพระขรรค์นั้น เดิมพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้นพระราชทานเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เมื่อแรกเป็นที่สมุหพระกลาโหม เพราะสมเด็จเจ้าพระยา
- ↑ ได้พบหมายเหตุแห่ง ๑ กล่าวว่าเรียกตราบัวแก้วคืนจากกรมขุนวรจักรธรานุภาพ แล้วภูษามาลาเชิญลงเรือเอกชัยไปส่งมอบแก่เจ้าพระยาภาณุวงศ์ฯ สันนิษฐานว่าจะเชิญตราไปส่งมอบในคราวเดียวกัน ๔ คน เพราะยังไม่มีประเพณีรับดวงตราต่อพระหัตถ์