ให้มีมหาดเล็กไล่กาขึ้นอีก มหาดเล็กไล่กาซึ่งกลับมีขึ้นคราวนี้โปรดให้แต่งตัวอย่างทหาร เลยเป็นต้นที่จะเกิดตั้งกรมทหารมหาดเล็ก ดังจะปรากฏในที่อื่นต่อไปข้างหน้า
เมื่อทรงบาตร์เสร็จเสด็จขึ้นบูชาพระในหอสุราลัยพิมานแล้ว เสด็จทางพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ซึ่งพระเจ้าพี่นางน้องนางเธอคอยเฝ้าอยู่ (แต่เจ้านายผู้หญิงชั้นอื่นเสด็จขึ้นไปเฝ้าต่อเมื่อมีการงาน) เสด็จผ่านไปบูชาพระบรมอัฏฐิในหอพระธาตุมณเฑียรเหมือนอย่างครั้งรัชกาลที่ ๓ แล้วเสด็จขึ้นเสวย
พระราชนุกิจฝ่ายหน้า ในเวลาเมื่อพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผิดกับชั้นหลังเพียงเมื่อเวลาเช้า ๑๐ นาฬิกา เสด็จออกทรงพระราชยาน แต่เกยหน้าพระทวารเทเวศรักษาไปยังพระมหาปราสาท ทรงประเคนเลี้ยงพระฉันเวรหน้าพระบรมศพทุกวัน แล้วเสด็จกลับมาขึ้นพระแท่นออกขุนนางที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยราว ๑๑ นาฬิกา และเวลาค่ำ ๘ นาฬิกา เสด็จไปยังพระมหาปราสาทอีกครั้ง ๑ ทรงสดับพระธรรมเทศนากัณฑ์ ๑ แล้วสดับกรณ์พระบรมศพ เมื่อพระกลับแล้วเสด็จออกขุนนางเวลาค่ำที่พระมหาปราสาท
พระราชานุกิจโดยปกติ เมื่อเสร็จการถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้วนั้น เวลาเช้า ๑๐ นาฬิกา เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ถ้าเป็นวันพระทรงประเคนเลี้ยงในท้องพระโรง วันอื่นเสด็จประทับที่ในห้องพระฉาก (เฉลียงด้านตะวันออกซึ่งกั้นเป็นที่เสด็จประทับเมื่อก่อนเฉลิมพระราชมณเฑียร) เจ้านายผู้ใหญ่คือกรมหลวงวงศาฯ หรือสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนบำราบปรปักษ์เป็นต้นเข้าเฝ้า หรือมิฉะนั้นพวกข้าหลวงเดิมเข้าเฝ้า
เวลา ๑๑ นาฬิกา เสด็จออกประทับราชอาสน์ทรงปิดทองและทรงฟังชาวพระคลังอ่านรายงานการจ่ายเงินพระคลัง แล้วเสด็จขึ้นพระแท่นออกขุนนาง พระบรมวงศานุวงศตั้งแต่กรมพระราชวังบวรเป็นต้น กับทั้งขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อย (เว้นแต่เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ) เข้าเฝ้า แล้วเสด็จขึ้นประทับในพระฉากอีกครั้ง ๑ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศเข้าเฝ้าที่พระฉากในตอนนี้ เสด็จขึ้นข้างในราวเวลาบ่ายนาฬิกา ๑
เวลาบ่าย ๓ นาฬิกา เสด็จลงทรงพระสำราญพระราชอิริยาบถที่ชาลาด้านตะวันออกพระมหามณเฑียร ทอดพระเนตรหัดมหาดเล็กไล่กาเป็นทหารเป็นต้น