เล่ม ๑๓๘ตอนที่ ๘๙ ก
๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๔
ราชกิจจานุเบกษา
การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ต้องให้นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง มีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงหลักฐานของตนในกระบวนการพิจารณาที่เป็นธรรม
การพิจารณาและการแจ้งผลการพิจารณา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ในการออกหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาตามวรรคสาม ต้องไม่ตัดสิทธิขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ในการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬาตามข้อตกลงที่ผูกพันระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้อง
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ คำว่า “ศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬา” หมายความว่า องค์กรที่คู่สัญญาตกลงให้ทำหน้าที่ระงับข้อพิพาททางกีฬาด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการหรือวิธีไกล่เกลี่ยตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก
มาตรา๒๙ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบการใช้สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้าม เก็บตัวอย่างส่งตรวจ รายงานผลการตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้าม และให้มีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑)เข้าไปเก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ หรือส่วนประกอบของร่างกายจากนักกีฬา เพื่อนำไปตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามในการแข่งขันกีฬาหรือนอกการแข่งขันกีฬาในสถานที่และเวลาใด ๆ ที่นักกีฬาพักอาศัยหรือฝึกซ้อมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
(๒)มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามมาเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา
การเข้าไปตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามนอกการแข่งขันกีฬาตาม (๑) ให้กระทำระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เว้นแต่มีเหตุอันควรสงสัยว่านักกีฬามีการใช้สารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามและหากปล่อยเนิ่นช้าจะกระทบต่อกระบวนการในการตรวจสอบ ให้เข้าไปตรวจหาสารต้องห้ามหรือวิธีการต้องห้ามในเวลากลางคืนก็ได้”
มาตรา๑๙ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน