มีจำนวนน้อย จึงได้รู้ขนบธรรมเนียมแลรู้พระราชนิยมอยู่ทั่วกัน เปนอันไม่มีผู้ใดฝ่าฝืนพระราชนิยมในเรื่องที่ระโหฐานนั้นเลย
ต่อมาเกิดมีข้าราชการบางจำพวกซึ่งมีความคิดความเห็นเปนอย่างที่ตนเองเข้าใจว่าเปนอย่างใหม่ สำคัญคิดว่าตนมีวิชาความรู้ดีกว่าบิดามารดาปู่ย่าตายายของตน คนจำพวกนี้ดูเหมือนจะเข้าใจไปเสียว่าพระราชวังเปนสาธารณสถาน คือเปนที่ใครจะไปจะมาเมื่อใด ๆ ก็ได้ตามใจ แลโดยความทะเยอทะยานของตนที่จะเสมอน่ากับคนอื่น เห็นใครเข้าได้ถึงไหนก็จะเข้าไปถึงบ้าง ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าแผ่นดิน โดยทรงพระมหากรุณาแก่ข้าราชการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าได้โดยเสมอน่ากันอย่างมากที่สุดที่จะพึงจัดให้เปนไปได้ แต่ถ้าแม้ว่าจะโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการทุกคนเฝ้าได้ทุกแห่งไป ก็เปนการฟั่นเฝือเหลือเกิน แลสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินก็จะไม่ทรงมีเวลาที่จะทรงพระราชสำราญโปร่งพระราชหฤทัยได้บ้างเลย จึงต้องมีกำหนดขีดขั้นว่าที่นั้น ๆ เพียงนั้น ๆ เปนที่ระโหฐาน ฤๅเรียกตามศัพท์ที่เข้าใจกันอยู่โดยมากว่าเปนข้างใน ในที่เช่นนี้ในชั้นต้นมีกำหนดเข้าใจกันอยู่ว่าเฉภาะข้าราชการในพระราชสำนักนิ์เท่านั้นจึงจะเข้าไปได้ ครั้นต่อมาข้าราชการมีจำนวนมากขึ้น ความรู้ในขนบธรรมเนียมแลพระราชนิยมก็ไม่มีทั่วถึงกัน จึงเกิดมีความเข้าใจผิดไปได้ต่าง ๆ