ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phra Ratcha Kritsadika 2468-11-11.djvu/40

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
๒๑๙

แล้ว จะให้สัตยาบันได้ต่อภายหลังเวลาที่ได้รู้เช่นนั้น

บทบัญญัติที่ว่ามาในสองวรรคก่อนนี้ ท่านมิให้ใช้ถึงกรณีที่ผู้แทนโดยชอบธรรมฤๅผู้พิทักษ์เปนผู้ให้สัตยาบัน

มาตรา๑๔๒ถ้าในภายหลังเวลาอันจะพึงให้สัตยาบันได้ตามความในมาตราก่อนนั้นมีข้อความจริงอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งจะกล่าวต่อไปนี้เกิดขึ้นเกี่ยวด้วยโมฆียะกรรมไซร้ ถ้ามิได้แสดงแย้งสงวนสิทธิไว้แจ้งชัดประการใด ท่านให้ถือว่า เปนการให้สัตยาบัน ทั้งนี้คือเช่นว่า

(๑)ได้มีการชำระหนี้อันหากก่อขึ้นด้วยโมฆียะกรรมนั้นแล้วสิ้นเชิงฤๅแต่บางส่วน

(๒)ได้มีการเรียกทวงให้ชำระหนี้ตามโมฆียะกรรมนั้นแล้ว

(๓)ได้มีการแปลงหนี้ใหม่

(๔)ได้มีการวางประกันเพื่อหนี้นั้น

(๕)ได้มีการโอนซึ่งสิทธิฤๅความรับผิดอันเกิดแต่โมฆียะกรรมนั้นสิ้นเชิงฤๅแต่บางส่วน

มาตรา๑๔๓อันโมฆียะกรรมนั้น ท่านห้ามมิให้บอกล้างเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่จะอาจให้สัตยาบันได้ อนึ่งถ้าเวลาได้ล่วงไปถึงสิบปีนับแต่เมื่อได้ทำโมฆียะกรรมนั้นแล้ว ก็เปนอันจะบอกล้างไม่ได้ดุจกัน