ถ้าหัววเมือง เปนตระทรวง ขุนสุพมาตรา
รองสุพมาตรา ได้พิจารณา
๖ อนึ่งพระผู้เปนเจ้ากล่าวไว้ในพระธรรมนูนว่า พระผู้เปนเจ้าเลี้ยงให้มีศักดิแต่นา ๔๐๐ ขึ้นไปถึงนา ๑๐๐๐๐ ได้รับพระราชทานเครื่องพัทยา แลผู้มีบันดาศักดิ[วซ 1] ถึงแก่ อนิจกรรม
อสันกรรม
มรณสัน จึ่งให้ทำมรฎกหลวง แลให้ผู้รักษาทรัพยมรฎกทำบาญชีฎีกามรฎกมายื่นแก่กรมมรฎกโดยสัจ อย่าให้เบียดบังอำพรางไว้สักอัน ถ้าต่ำนา ๔๐๐ ลงมาถึงนา ๑๐ ไร่ แลหาทรัท[วซ 2] มรฎกแก่กัน ให้ขุนศรีราชบุตรเอามาพิจารณาว่ากล่าว ให้ผู้รักษามรฎกทำบาญชียมายื่นแต่โดยสัจโดยจริงตามพระธรรมนูนท่านกล่าวไว้นี้ ถ้าหัววเมือง กรมมรฎกหัววเมืองได้พิจารณา
๗ อนึ่งมีพระธรรมนูนไว้ว่า ถ้าชาวกรุงก็ดี ต่างประเทษก็ดี หาพิพาทคดีถ้อยความแก่ฝารั่งอังกฤตวิลันดาแขกประเทษแขกฉวามะลาอยูมักะสันญวนจีนซึ่งเข้ามาสู่พระบรมโพธิสมภารไซ้ เปนตระทรวงขุนพินิจใจราชปลัดได้พิจารณาว่ากล่าว ถ้าหัววเมือง ยุกระบัดได้พิจารณา
อนึ่งต่างประเทษสพไสมยเข้ามาอยู่ในประเทษเมืองใด มีคดีถ้อยความ ให้พิจารณาว่ากล่าวตามราชประเพณีจารีตเมืองนั้น
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้เพิ่มเชิงอรรถดังนี้ “ต้นฉะบับ: ศัก” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “ทรัท” เป็น “ทรัพ” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)