ณโรงสานทังปวงมาฟ้องหาอุธรแก่กระลาการณกรมใด ๆ ก็ดี ในโรงสารทังปวงก็ดี ว่ากระลาการยังมิได้ถามเปนสำนวรก็ดี ถามแล้วกระลาการยังมิได้พิภากษาสำนวรนั้นให้สำเรจ์ก็ดี แลทำอุบาทขาดเหลือแก่สำนวรเขาประการใดก็ดี แลพิจารณาพิพากษามิเปน สัจ
ธรรม ก็ดี เปนใจด้วยลูกความก็ดี แลเรียกค่าริดชาล้ำเหลือก็ดี อำญวรความไว้ให้เนีนนานก็ดี ให้เรียกกระลาการแลเบิกสำนวนมาพิจารณา ถ้าโจทจำเลยอยู่ณะหัววเมืองทังปวงแลแขวงจังหวัด ก็ได้ใช้ตราพระราชสีหไปเอาคู่ความ
อนึ่งหาว่ากระลาการบังอาจ์เอาทรัพยสีนท่านมาเปนประโยชนแห่งตน แลยื้อชักฉุดคร่าลูกเมียข้าคนท่านมาเปนข้าคนตนก็ดี มัดผูกตบถองตีด่าจำใส่ตรวนขื่อคาใส่กลังเอาเชือกเอาผ้าเอาเถาวัลเอาหนังมัดผูกใส่ปลอกผูกเท้าผูกมือลงเอาเงินทอง ก็ได้ใช้ตราพระราชสีหไปให้กรมการแลแขวงส่งมาพิจารณา
อนึ่งถ้าโจรตีปล้นสดมก็ดี ตีด่าฟันแทงกันตายก็ดี ลักวัวควายช้างม้าข้าคนเรือเกวียนก็ดี ข้าหนีเจ้าไพร่หนีนายกู้นี่มรดกว่ากันประการใด ๆ ก็ดี แลมีหนังสือร้องฟ้องไซ้[1] ก็ได้ใช้ตราพระราชสีหไปเอาคู่ความมาพิจารณา
อนึ่งถ้ามีพระราชโองการให้ข้าราชการผู้มีความชอบไป
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อไซ้