เนื้อความทังปวงโดยยุติธรรม แลเทวดาทังหลายก็ปรายสุวรรณรัชฎะ[วซ 1] เข้าตอกดอกไม้เปนเครี่องสการบูชาแก่มะโนสารอำมาตยนั้น
ครั้นอยู่มาบุรุษสองคนกระทำไร่แตงใกล้กัน เมื่อปลูกแตงนั้นเอาดินภูลเปนถนนกลาง แตงก็เลิ้อยพาศผ่านข้ามถนนเข้าติดเนี่องเปนอันเดียวกัน เมี่อเปนผลนั้น บุรุษทังสองต่างคนต่างเกบแตง จึ่งเกีดวิวาทวาทา ภากันมายังมะโนสาระอำมาตยให้บังคับคดีนั้น มะโนสาระอำมาตยจึ่งบังคับว่า ไร่แตงมีถนนกลาง แลแตงอยู่ในไร่ของผู้ใดก็เปนของผู้นั้น มะโนสารอำมาตยบังคับคดีไม่เปนธรรม์ บุรุษผู้หนึ่งมิเตมใจจึ่งเอาคดีไปกราบทูลแก่พญาสมมุติราช ๆ จึ่งใช้อำมาตยผู้หนึ่งไปพิจารณาต้นแตงอันข้ามถนนนั้น จึ่งอำมาตยผู้นั้นเลีกต้นแตงขึ้นดูไปตามปลายยอด จึ่งกลับเอายอดมาไว้ตามต้น บุรุษทังสองก็สรรเสรีญสมเดจ์พระเจ้ามหาสมมุติราชว่า พระองคบังคับบัญชาเปนธรรมแล แลมนุษทังหลายติฉินนินทามะโนสารอำมาตยว่า ถึงแก่อะคติ ๔ ปรการ บังคับคดีมิเปนธรรม เทวดาจึ่งไม่สการบูชาดั่งแต่ก่อนนั้น ด้วยมะโนสารอำมาตยกอบปรด้วยอกุศลจิตร มโนสารอำมาตยจึ่งดำหริว่า เรานี้มีสันดานกอบปรด้วยโมหาคติ ครั้นรำพึงดั่งนั้นก็สังเวศสหลดจิตรคิดอับประหยดอดสูแก่หมู่มนุษทังหลาย แล้วหนีออกไปบวดเปนฤๅษีจำเรีญภาวนา ก็ได้อภิญา ๕ อรรฐสมาบด[วซ 2] ๘ รู้วารจิตรแห่งมนุษทังปวง เหดุดั่งนั้นมนุษทังปวงก็ยินดีด้วยมะโนสารฤๅษี ๆ
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “รัชฎะ” เป็น “รัชฏะ” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “สมาบด” เป็น “สมาบัดิ” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)