ข้างหนึ่งลักลอบไปสู่หาพญาณก่อนตระลาการแต่ยังหมี[วซ 1] ได้ไปเผชิญนั้นก็ดี แลไปสู่หาเจรจาด้วยพญาณเมื่อลักษณะตระลาการเผชิญอยู่นั้นก็ดี มีผู้รู้เหนเปนแม่นมั่นไซ้ ควรให้กฎเอาคดีผู้นั้นเปนแพ้
๓๔ อนึ่งทังสองนำตระลาการไปเผชิญพญาณ แลมัน[1] ผู้อ้างก็ดี ผู้หมีได้อ้างก็ดี มันไปสู่หาเจรจาด้วยพญาณ แลมันซักซ้อมพญาณ จับได้เปนสัจ ให้กฎเอาคดีมันนั้นเปนแพ้ ถ้าจับหมีได้ ข้างหนึ่งหมีค้านพญาณ พญาณหากรับค้าน อย่าให้บังคับบันชากฎเอาคดีมันเปนแพ้ก่อน ท่านให้พิจารณาแต่ที่อันจริง
๓๕ อนึ่งทังสองนำกระลาการไปเผชิญพญาณ มันผู้อ้างก็ดี ผู้มิได้อ้างก็ดี มันไปสำทับขู่รู[วซ 2] คำรามพญาณเมื่อลักษณตระลาการเผชิญอยู่นั้น ได้เหนแก่จักขุ ได้ยินแก่โสต ให้กฎเอาคดีมันเปนแพ้แก่สำนวน
๓๖ มาตราหนึ่ง ผู้อ้างพญาณนั้นมันเทจ์กลัวความจะแพ้แก่ท่าน แลมันกันโชกคุกคามคำรามสำทับพญาณเมื่อตระลาการไปเผชิญนั้น มันว่าต่อหน้าตระลาการว่า ถ้าหมีรับสมอ้างกูไซ้ กูจะให้ต้องริบราชบาต กูจะหาความพญาณให้ต้อง
- ↑ ก: แล้วมัน
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “หมี” เป็น “หมิ” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “รู” เป็น “รู่” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)