๔๖ อนึ่งทังสองเปนสำนวนด้วยกันอยู่ในตระลาการ แลอ้างพญาณในสำนวน สุภากระลาการได้สืบพญาณโดยสำนวนแล้วก็ดี ยังหมีได้นำกระลาการไปเผชิญโดยอ้างก็ดี ฝ่ายผู้มีอรรถคดีมีถ้อยคำท้วงติงตัดสำนวนอ้างให้สืบสักขิพญาณนอกสำนวน ท่านหมีให้บังคับบันชาถามพญาณนอกสำนวนนั้นก่อน ท่านให้บังคับบันชาสืบสุภาตระลาการซึ่งได้เหนแก่จักษุได้ยินต่อโสตรแลบันทึกจดหมายไว้ ท่านพึงให้ฟังคำสุภากระลาการเปนเด็ดขาด ถ้าพญาณนอกสำนวนษาบาลตัวแล้วให้การต้องคำกับสุภากระลาการ ท่านจึ่งให้ฟัง ถ้าลักษณอันเดียวกล่าวหมีต้องกัน ท่านหมีให้ฟัง
๔๗ อนึ่งพญาณให้การผิดประเดนเหลือประเดน ท่านหมีให้ฟังเอาเปนพญาณ ถ้าพญาณให้การต้องประเดนขาดประเดน ฟังได้ ถ้าพญาณให้การใจความสม พลความไม่สม ให้คัดเอาว่าสม ถ้าพลความสม ใจความไม่สม ให้คัดเอา[1] ว่าไม่สม
๔๘ อนึ่งโจทจำเลยรับกันในสำนวน ฟังได้ อ้างพญาณสิบคนรับสมอ้างหมีเท่าโจทจำเลยรับกันในสำนวน
- ↑ ก: ให้เอาคัดเอา