ที่กล่าวมานี้ชื่อว่ากัณหะธรรม มิควรบุทคลอันสอาดจะพึงถึง ถ้าผู้ใดเสพสันนิจยาการประพฤฒิเนือง ๆ แล้วเมื่อใด ตสฺส ยโส นิหิยติ อันว่าอิศิริยศแลบริวารยศแห่งบุทคลผู้นั้นก็จะเสื่อมสูญไปประดูจดั่งพระจันทรเมื่อวันกาลปักข แลผู้นั้นครั้นดับชีวิตรตินทรียแล้ว ก็จะไปเสวยเวทนาสาหัศอยู่ในอบายภูมอันหาโอกาศแห่งความศุกขมิได้
เอวมฺปิ โปโส อคตึ คจฺฉนฺโต ดูกรมานพ อันว่าบุรุษเมื่อไปสู่อะคติธรรมด้วยประการดั่งกล่าวมานี้ สนิคฺคโห โส อยโส อลาโภ อันว่าบุรุษผู้นั้นประกอบไปด้วยโทษคือเปนที่ติเตียนแก่ผู้มีปัญา จะนิราศขาดจากยศจากลาภในทิฐะธรรมเหนประจัก ดับชีวิตรสังขารแล้วก็มีแต่จะไปเสวยทุกขในอบายเปนเบื้องหน้า ตสฺมา วินิจฺเฉยฺย ธิโร สปญฺโญ เหตุดั่งนั้นบทคล[วซ 1] ผู้เปนปราช
มีพยายามแลปัญาอันมากจะเปนผู้พิภากษากระลาการพึงแวะเว้นเสียซึ่งอะคติธรรทังสี่อย่าให้มีในสันดานได้ แล้วพึงวินิไฉยคดีการของประชาราษฎรให้ต้องโดยคลองยุติธรรมตามธรรมสาตรราชสาตร
เมื่อสมเดจ์อำมรินทรจะตรัสสำแดงซึ่งโทษแห่งบุทคลอันบังคับความอันมิได้ซื่อ[1] สุจริตว่ามีผลเปนอัน[2] หนักสืบไป จึ่งตรัสด้วยพระคาถาว่า
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “บทคล” เป็น “บุทคล” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)