ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Prachum Kotmai Ratchakan Thi Nueng 2482 (1).djvu/63

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
51
อินทภาษ

ส่องต่างแว่น เมื่อจะพิจารณานั้น พึงตั้งจิตรไว้ในการญุภาพแก่คู่ความทังสองให้เสมอกันประดูจบิดาอันเหนซึ่งบุตรแห่งตน แล้วพึงคำนึงดูหลักอินทภาษอันกล่าวไว้นั้นต่างเนตร จึ่งเปรียบเทียบซึ่งข้อความแห่ง โจท
จำเลย
ตามผิดแลชอบ ถ้า โจท
จำเลย
เปนคนมากไปด้วยโมหะ มิได้รู้ซึ่งผิดแลชอบ คุณแลโทษ ไม่ประนอมยอมกัน ก็ให้อำมาตยผู้พิจารณาถามจำเลยตามฟ้อง แล้วสอบ โจท
จำเลย
ต่อกันเปนสองสถาน จึ่งเอาข้อฟ้องที่จำเลยมิรับมาถามจำเลย ถ้าจำเลยมิรับกลับสอบโจท ๆ มีแต่อ้างแลต่อถึงพิสูทแล้วจึ่งเอาคำซึ่งจำเลยให้การมาถามโจท ถ้าโจทมิรับกลับสอบจำเลย ๆ มีแต่อ้างแลต่อถึงพิสูท ครั้นถามแล้วจึ่งให้ผู้พิจารณาบังคับในชี้สองสถานโดยพระธรรมสาตรว่า ข้อโจทหาจำเลยแก้ โจท
จำเลย
รับคำหาคำแก้แก่กันในสำนวน ฟังได้ ที่ข้อโจทหาจำเลยให้การมิรับกัน โจท
จำเลย
อ้าง ให้นำไปท้าวถามคำพญาณมาประกอบกับสำนวนจงทุกข้อ ๆ โจทหาจำเลยให้การมิรับกัน โจท
จำเลย
ขันพิสูทต่อกัน ให้งดไว้ เมื่อจะไปท้าวถามคำพญาณนั้น ให้ผู้พิจารณาแช่งชักพญาณแลให้ษาบาลตัวจำเภาะพระรัตนไตรยตามคำภีรพระธรรมสาตร แลให้เร่งพิจารณาเอาความเท็จแลจริงแห่ง โจท
จำเลย
จงได้ดูจหนึ่งพรานเนื้ออันยิงเนื้อ มีบาฬีว่า

ม.ธ.ก.