สำนวนนั้นเปนรากแก้ว ข้อที่มิรับกันเปนใจความ โจท
จำเลย ระบู[วซ 1] อ้างนั้นเปนค่าคบอันใหญ่ ที่ข้อมิรับกันเปนพลความ โจท
จำเลย ระบุอ้างนั้นเปนษาขากิ่งก้านเลกน้อย เอาคำศักขิพญาณซึ่งสมในมูลคดีข้ออ้างนั้นเปนแก่น เอากระแสความซึ่งมีในสำนวนนั้นเปนใบ เอาถ้อยคำติงทุเลาเปนที่จะอุดหนุนเพิ่มเติมสำนวน ควนจะซักจะสืบนั้นเปนเปลือก เอาถ้อยคำติงทูเลานอกสำนวน มิควนจะไต่สวนนั้นเปนไม้กาฝาก แลข้อหาให้การมิรับกัน โจท
จำเลย ต่อพิสูทนั้นดูจไม้อันผุะ ให้งดไว้ ต่อเมื่อใดสำนวนมิแจ้งจะพิภากษาให้ไต่สวนสืบเอาความจริงมิได้แล้ว จึ่งให้พิสูทต่อกัน
อนึ่งให้อำมาตยผู้พิภากษาใคร่ครวนดูสำนวนแห่ง โจท
จำเลย ให้เหนข้อแพ้ข้อชนะจงประจักแจ้ง แล้วจึ่งพิภากษาตัดสีนข้อคดีนั้น ประดูจอาการแห่งเสนะคือเหยี่ยวอันร่อนอยู่ในอากาศคอยแลดูหมู่มัจฉาชาติในมหานัที แลเหยี่ยวนั้นครั้นเหนปลาอันว่ายอยู่ประจักแก่จักษุแล้ว ก็ร่อนลงมาโฉบฉาบเอาปลาได้ต้วย[วซ 2] กรงเล็บของตน เหยี่ยวนั้นก็ได้บริโภคเปนภักษาหาร แลมีอุปรมาฉันใด ให้ผู้พิภากษาเลงดูกะทงใจความซึ่งจะแพ้แลชะนะ หมายให้แม่นแท้แก่ใจแล้ว ให้จับเอากะทงความนั้นขึ้นวินิไฉย แลข้อความอันใดเปนแต่ใบกิ่งก้านกาฝากษาขา ให้พิภากษาชำระ
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “ระบู” เป็น “ระบุ” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “ต้วย” เป็น “ด้วย” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)