ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Pramuan Kot Mai Ratcha Kan Thi Nueng 2482 (1).djvu/67

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
55
อินทภาษ

ตัดรอนเสียให้ย่อย แล้วจับเอาแต่ใจความแลสถานรากแก้วยึดได้แล้วจึ่งจะพิภากษาฆ่าความนั้นตายได้

11

อนึ่งให้ผู้พิภากษาถือเอาซึ่งแว่นแก้วคือหลักอินทภาษนี้ แล้วเอาพระธรรมสาตรเปนจักษุ ซ้าย
ขวา
  } เอาพระราชกฤษฎีกาเปนเขาพระสุเมรุราชหลักโลกยอันมั่นคง จงมีใจองอาจ์ สิโห ยถา กระทำอาการประดูจพญาไกรสรสีหราชอันออกจากสุวรรณคูหา ธรรมดาพญาราชสีหเมื่อออกไปพายนอกยืนอยู่ยังหน้าถ้ำแก้วแล้ว ย่อมเลงแลดูทิศานุทิศน้อยใหญ่ หยัดกายสบัดซึ่งเกสรแล้ว ก็เปล่งออกซึ่งสุระสิงหะนาทแผดผาดสำเนียงเปนอันดัง ยังสัตวให้สยบสยอง แล้วก็เผ่นโผนโจนไปจับเอาสัตวเปนภักษาหารได้โดยฤทธิอำนาจ์ แลมีอุประมาประดูจใด ให้อำมาตยผู้วินิไฉยเลงแลดูถ้อยคำสำนวนจงทั่ว หยิบใจความแลกลพิรุทอันเปนมณทิลนิลโทษแห่ง โจท
จำเลย
  } นั้นให้ได้ อาไศรยเขาพระสุเมรุคือพระราชกฤษฎีกาแล้ว จึ่งพิภากษาจับเอา จริง
เท็จ
  } แห่งโจทจำเลยออกสำแดงให้ปรากฏแจ้งแก่คนทังหลายให้เหนผิดแลชอบโดยสำนวน จะควนทอด สีนไหม
พิไนย
  } แลลงโทษแก่ผู้กระทำผิดฉันใด ก็ให้พิภากษาเดดขาดดั่งสีหนาทแห่งพญาราชสีห ให้ตัดสีนคดีโดยพระธรรมสาตร

ม.ธ.ก.