๑๘ มาตราหนึ่ง หญิงทำชู้เหนือผัว ไหมชายชู้ให้แก่เจ้าเมียนแล้ว เจ้าเมียมิเลี้ยงหญิง จะขายหญิงนั้นเล่าไซ้มิได้ ท่านว่าชายเจ้าผัวได้สีนไหมแล้ว จมาฃายหญิงเล่า ชายผู้ผัวจะได้สองส่วนดั่งนั้นมิชอบ มิควรยิน ให้ชายผู้ผัวได้แต่สีนไหมเท่านั้น ถ้าชายช่วยหญิงนั้นมาเลี้ยงเปนเมีย มีข้าตัวมากน้อยเท่าใด หญิงหาบุตรมิได้ ก็ให้หญิงนั้นส่งข้าตัวจงถ้วน แล้วเวนตัวหญิงแก่พ่อแม่พี่น้องพวกพ้องพงษพันธุ์เจ้างานหมื่นขุนมุนนายหญิงนั้น
๑๙ มาตราหนึ่ง ชายใดผิดภรรยาท่าน ทอดสินไหมพิในแล้วหาอันจะเสียมิได้ ตกในกระลาการก็ดี ยอมไปเปนทาษแห่งชายเจ้าผัวแทนสินไหมก็ดี อยู่มาชายผู้ผัวนั้นถึงแก่มรณภาพแล้ว ชายชู้นั้นพ้นจากทาษแห่งท่าน ลูกหลานญาติพี่น้องผู้ได้มรดกจะว่า[1] ชายชู[วซ 1] ผู้นั้นเปนทาษแห่งบิดามานดาญาติพี่น้องนั้นมิได้ เพราะเหดุว่าผู้เปนอิศระภาพนั้นถึงแก่มรณภาพหาโทษมิได้แล้วไช่ทรัพยสินไถ่กู้ยืม[2] แห่งผู้มรณภาพนั้น
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “ชู” เป็น “ชู้” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)