เบี้ยแก่ผู้ขายนั้นคืน ข้าพระพุทธิเจ้าขอเรียนพระราชประนิบัติ จึ่งสมเดจ์บรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู[วซ 1] หัวเสดจ์ภุดดากฤตยในเฉลียงบังอาจ์รัตนแปร[1] พระภักตรโดยปัดจิมาภิมุขสมบูรรณ มีพระราชโองการพิภากษาด้วยพฤฒามาตราชมลตรีทังหลายว่า ขายกันแต่ในพระนครศรีอยุทธยาดั่งนี้ แลสูจะบังคับให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ยแก่ผู้ขายสิยังยาก อย่าว่าข้าหนีเจ้าไพร่หนีนาย แลเขาลักไปขายถึงเชลียงทุ่งย้างบางยมสหลวงสองแก้วชาวดงราวกำแพงเพชสุกโขไทใต้ล่าฟ้าเขียว ขาดจากมือเจ้าทาษเจ้าไพร่ไปไกล จะมาพิภาษฉันเมืองเพชบุรียเมืองราชบุรียเมืองสุพรรณบุรียสพงครองพลับแพรกศรีราชาธิราชนครพรหมนั้น บมิชอบเลย ผี้แลเจ้าทาษเจ้าไพร่จะเอาทาษเอาไพร่ตนคืน แลจะไล่หาผู้ลักผู้ซ่อนให้เจ้าทาษเจ้าไพร่ให้เบี้ยค่าคนเท่าผู้ไถ่มานั้น ผี้แลได้ไว้หาค่าตัวมิได้ ให้พิกัดตลาดให้เจ้าทาษไถ่เอาทาษนั้นคืน อันเจ้าทาษเจ้าไพร่มาพบทาษพบไพร่ จะเอาโดยรดอก จะให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ยแก่ผู้ขายฉันขายกันในพระนครศรีอยุทธยานั้นมิได้เลย ผี้แลผู้ใดมิทำตามพระราชกฤษฎีกานี้ไซ้ ผู้นั้นเลมิดพระราชอาช
า ให้ไหมโดยยศถาศักดิ
๑ มาตราหนึ่ง ผู้ใดลักไพร่ฟ้า ข้าคน
ลูกเมีย ท่านภาหนี แลมิ
- ↑ ต้นฉะบับ: แประ แก้ตาม ก และ ข
- ↑ มีใบบอกแก้คำผิดให้แก้ “อยู” เป็น “อยู่” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)