๑๘ มาตราหนึ่ง บุทคลผู้ใดมีทาษ ชาย
หญิง แลญาติพี่น้อง แลมีผู้หนึ่งลักภาเอาไปไว้ในเรือนท่านผู้หนึ่ง เจ้าเรือนมิได้รู้ว่ามันภามาสำนักพักอยู่ในเรือนตน จะกล่าวเอาโทษแก่เจ้าเรือนนั้นมิได้เลย เพราะว่าเจ้าเรือนมิได้รู้ ถ้ามันลักเอาข้าคนท่านมาไว้ในเรือน เจ้าเรือนรู้ว่ามันลักข้าคนท่านมา แลให้มันอยู่สำนักณะเรือนตอน ถ้าสืบสวนเปนสัจ ไหมผู้ลักนั้นเท่าใด ให้ไหมเจ้าเรือนกึ่งผู้ลัก เหดุใดจึ่งกล่าวดั่งนี้ เหดุว่ามันเปนใจให้ไว้ข้าคนท่านในเรือนมัน
๑๙ มาตราหนึ่ง ลูกเมียผู้คนทาษไทผู้ใดหนีไปถึงด่านแดนแว่นแคว้นราชเสมา มีผู้ช่วยไถ่มา ท่านว่าไถ่เชิงเบี้ยขาด มีผู้มาพิพาษไซ้ ผู้ไถ่ว่าไถ่ได้มาแต่เมืองไกล มีกรมทันกันใดศักขิพญาณรู้เหนเปนคำนับ สวนคำคนก็รับว่าไถ่มาจริง ถ้าเจ้าเงินเก่าจะเอาข้าคนตนคืน ก็ให้เงินแก่ผู้ไถ่มาตามมากแลน้อย
๒๐ มาตราหนึ่ง[1] ข้าคนลูกหลานผู้ใดก็ดี ไพร่ฟ้าข้าหลวงก็ดี หนีไปถึงนอกจังหวัดแว่นแคว้นราชเสมาท่านตก
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อหนึ่ง