ภิกษุเปนของอยู่ในอารามท่านแล้ว ถ้าเจ้าภิกษุอุทิศไว้ให้ทานแก่คหัถ ๆ จึ่งรับทานท่านได้
อนึ่งถ้าคหัถมรณภาพ บิดา
มารดา ญาติพี่น้องลูกหลายเปนเจ้าภิกษุอยู่ในสิกฃาบทแล้ว จะปันเอาทรัพยมรดกคหัถนั้นมิได้ เหตุว่าเปนบุตรพระเจ้าแล้ว ถ้าคหัถผู้มรณภาพนั้นอุทิศไว้ถวายสวิญาณกะทรัพยแลอะวิญาณกะทรัพย์แก่เจ้าภิกษุผู้เปนญาติพี่น้องลูกหลาน จึ่งรับเอาทรัพยทังนั้นเปนของเจ้าภิกษุได้ ถ้าเจ้าภิกษุจุติจากอาตมภาพ ทรัพยนั้นคงเปนของในอาราม ผู้ใดจะว่ากล่าวเอา ท่านว่าหมิได้เลย
๓๗ มาตราหนึ่ง ลูกหลานเหลนลื่ผู้ใดบวดตัวเปนสามเณร แลบิดามารดาปู่หญ้าตายายถึงแก่มรณภาพไซ้ ควรให้ได้ทรัพยส่วนแบ่งปันตามพระราชกฤษฎีกาให้เปนจัตุปใจยแก่เจ้าสามเณรนั้น
๓๘ มาตราหนึ่ง พรามณผู้มีบันดาศักดิ์แลบิดามารดาแต่งให้มีเรือนแต่อายุควรจะมีเรือน แลคนทังสองนั้นได้ด้วยผลราชการพระราชทานแลทำมาหากีนด้วยกัน แลมีทรัพยสิ่งสีนเกิดลูกชายหญิงด้วยกันก็ดี พรามณผู้นั้นถึงแก่มรณภาพ บุตรภรรยาพี่น้องแต่งการปลงศภแล้วล่วงเข้าสามวันเจตวันสิบวันแล้ว แลบ่าวไพร่ช้างม้าเครื่องพัทยาทัง