เปนสัจว่าทรัพยมิได้อยู่แก่ท่านจริง มักได้ท่านฉันใด ให้ท่านได้ตนดุจนั้นบ้าง ควรให้ไหมเอาเท่าทรัพยซึ่งว่าอยู่แก่ท่านนั้น
๔ มาตราหนึ่ง ผู้ใดกู้เบี้ยกู้เงินกู้เข้าของท่านไป ท่านทวงถามมิได้ ท่านให้สุภากระลาการเรียกลูกหนี้มายังกระลาการ รับโดยษารภาพ ให้เรียกเอาตามรับโดยกระบิลเมือง อย่าให้ปรับเอาสีนไหมพิไนเลย ถ้าลูกหนี้มิรับ ต่อสู้สำนวรถึง เทียบ
ชี้
เผชิญ แล้วกลับยอมให้ทุนแก่เจ้าหนี้เล่า ท่านว่ามันประบัดสีนท่าน ให้เอาทุนออกตั้งไหมทวีคูน ยกทุนให้เจ้าหนี้ เหลือนั้นเปนสีนไหมกึ่งพิไนยกึ่ง
๕ มาตราหนึ่ง ผู้ใดทำสารกรมทันกู้หนี้ถือสีนท่าน ลูกหนี้ส่งต้นเงินดอกเบี้ยบ้างยังมิครบ นายเงินร้องฟ้องให้เรียกลูกหนี้มาพิจารณา ลูกหนี้รับว่ากู้จริง แล้วต่อสู้ว่าได้ส่งต้นเงินดอกเบี้ยแก่เจ้าหนี้เสรจ์แล้ว เมื่อพิจารณาเปนสัจว่าลูกหนี้ส่งต้นเงินดอกเบี้ยแก่เจ้าหนี้ยังมิครบจริง ท่านว่าประบัดสีนท่าน ให้เอาต้นสีนดอกเบี้ยซึ่งยังมิได้ส่งมากน้อยเท่าใดนั้นตั้งไหมทวีคูน แล้วยกทุนให้แก่เจ้าหนี้ เหลือนั้นเปนสีนไหมกึ่งพิไนกึ่ง
๖ มาตราหนึ่ง กู้หนี้ถือสีนท่านเปนช้านาน เจ้าหนี้เอา