อย่าพึงให้เลย ถ้าเมื่อ[1] แรกจะบวดนั้น ชายแหวกแบ่งปันทรัพยสิ่งใดไว้ จึ่งได้ ถ้าหญิงยังครองตัวอยู่ถ้าผัว ผัวศึกออกมาอยู่กินด้วยหญิงอีกเล่าไซ้ บุตรภรรยาแลทรัพยสิ่งของทังปวงนั้นก็สิทธิแก่ชาย เหดุว่าเรือนท่านเคยอยู่ อู่ท่านเคยนอน หมอนท่านเคยเรียง เสบียงท่านเคยกิน ถ้าหญิงทำชู้นอกใจผัวไซ้ ให้ไหมโดยพระราชกฤษฎีกา
๓๘ มาตราหนึ่ง หญิงชายราษฎรอยู่กินเปนผัวเมียกัน สามีสรัทธาสละภรรยาแลทรัพยสิ่งของบวดเปน ภิษุ
สามเณร แล้ว แลสึกออกมาจะคืนอยู่กินด้วยหญิงอีกไซ้ ถ้าหญิงมิสมักเปนภรรยาชายนั้นต่อไป ก็ตามใจหญิง เหดุว่าบวดแล้วขาดจากผัวเมียกัน ถ้าชายถูลากข่มขืนหญิงนั้น ท่านให้ไหมชายดุจทำแก่หญิงม่ายนั้น
๓๙ มาตราหนึ่ง ภิริยาลาสามีจะไปบวด สามีก็ยอมให้ภิริยาไปบวด ท่านว่าสามีภิริยาขาดจากผัวเมียกัน ถ้าภิริยาสึกออกมาจมีสามีอื่นไซ้ ท่านว่าหาโทษมิได้ ถ้าสามีมิได้สละให้บวด ภิริยากระทำความผิดแล้วหนีไปบวด ถ้าสึกออกมามีชู้มีผัวไซ้ ให้ไหมโดยขนาด เพราะเหดุว่าสามีเฃามิได้สละให้ไปบวด
- ↑ ต้นฉะบับ: เมือ