๑๐๓ มาตราหนึ่ง ชายมาสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน พ่อแม่หญิงให้หญิงนั้นแก่ชาย ยังมิได้มีขันหมากก็ดี พ่อแม่หญิงมิให้หญิงแก่ชายก็ดี แลชายนั้นไปมาหาสู่พูดจาว่ากล่าวเกิ้ยวเฉิยง หญิงอ่อนใจเชื่อฟังคำชาย ๆ ได้สมักสังวาดด้วยหญิง พ่อ
แม่ หญิงมิรู้ ชายหญิงร่วมประเวนีกันก่อนยังมิได้แต่งการงานบริคน[1] นั้น[2] ท่านว่าให้ชายนั้นแต่งสะมายุมแปลงไห้ว พ่อ
แม่ แห่งหญิงนั้นโดยคำนับ ถ้าแลหญิงนั้นมิได้สะมักสังวาศด้วยชาย ๆ หากกุมเกาะเบาะฉะแลงถูลากเอาหญิงนั้นไป ท่านว่าชายนั้นเลมิด แลหาคำนับ บิดา
มานดา มิได้ ถ้าแล บิดา
มานดา มิให้หญิงแก่ชายก็ได้ ให้ไหมชายพวกเพื่อนชายซึ่งไปด้วยโดยพระราชกฤษฎีกา
๑๐๔ มาตราหนึ่ง ชายสู่ฃอลูกสาวท่าน ชายนั้นทำอาสายังมิได้แต่งการมงคน ชายหญิงสมรักกัน พ่อ
แม่ หญิงรู้ แลชายอื่นมาทำชู้ด้วยหญิงนั้นเล่า พ่อแม่หญิงมิรู้ หญิงไปอยู่กินด้วยชายชู้ภายหลังนั้น ท่านว่าหาโทษแก่ พ่อ
แม่ หญิงนั้นมิได้ ส่วนชายชู้หลังนั้นให้ไหมเสมอผิดเมียท่าน