ท่านให้ทำสีนสอดนั้นเปนสองส่วน คืนให้ชายส่วนหนึ่ง ตกอยู่แก่หญิงส่วนหนึ่ง ถ้าหญิงตาย ท่านว่าสีนสอดนั้นให้ไว้แก่ บิดา
มานดา หญิงจงสิ้น ถ้าหญิงได้เสียตัวแก่ชาย ๆ ตาย สีนสอดนั้นให้ตกอยู่แก่หญิงจงสิ้น เพราะว่าสีนนั้นเปนสีนหัวบัวนางให้ไว้แก่หญิงแล
๑๑๐ มาตราหนึ่ง ผู้ใดให้ไปสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน บิดา
มานดา ญาติแห่งหญิงตกปากให้ ได้กินฃันหมากท่านแล้ว ชายหาผิดมิได้ บิดามานดาญาติแห่งหญิงคิดกินแหนงแคลงใจ แกล้งจะมิให้หญิงนั้นแก่ชาย แปรปากหลากคำ หาที่กลัวมิได้ ครั้นชายผู้อื่นมาสู่ฃออีก บิดา
มานดา หญิงนั้นก็รับ กลับกินฃันหมากชายนั้นเล่า ถ้าชายทังสองเปนความกัน ท่านว่าให้ลูกสาวนั้นแก่ชายผู้มาสู่[1] ฃอก่อน แล้วให้เอาขันหมากชาย[2] ภายหลังนั้นตั้งไหม บิดา
มานดา หญิงทวีคูน ยกทุนให้เจ้าฃอง เหลือนั้นเปนสีนไหมกึ่งพิในกึ่ง[3] แล้วให้ไช้ค่าฤทชาทำเนียม[4] ให้แก่ชายภายหลังด้วย เพราะมันทนงศักดิสำหาว