กันไว้นั้นยังเปนเมียชาย ถ้าชายใดทำชู้สู่หญิงนั้น ท่านว่าผิดเมียท่านในขันหมาก ท่านให้เอาขันหมากตั้งไหมขันหมากกล่าวถามนั้น ๑๑ ขัน ๆ หมากหมั้น ๕๐ ฃัน เปน ๖๑ ฃัน ให้ตีค่าฃันหมากกล่าวถามนั้นฃันละเฟื้อง ให้ตีฃันหมากหมั้นนั้นฃันละสะหลึง เอาฃันหมากทังนั้นบวกกันเฃ้าแล้วให้ไหมทวีคูน ยกทุนให้เจ้าฃอง เหลือ[1] นั้นเปนสีนไหมกึ่งพีในกึ่ง ถ้าถึงกำหนฎซึ่งว่ากล่าวนัดหมายกันไว้นั้น ชายมิได้เอาฃันหมากใหญ่มาแต่งงานตามสันญานัด ท่านว่าหญิงนั้นมิได้เปนเมียชายเลย หญิงมีชู้ผัวอื่น หาโทษมิได้ แลฃันหมาก ๓ ฃันนั้นชายจะคืนเอามิได้ เหดุว่าพ้นกำหนฎซึ่งว่ากล่าวกันนั้นแล้ว
๑๑๕ มาตราหนึ่ง ชายให้มีขันหมาก ๓ ขันไปสู่ฃอลูกสาวหลานสาวท่าน พ่อ
แม่ หญิงกับผู้เถ้าผู้แก่ฝ่ายข้างชายยิงยอมพูดจาขึ้นลงปลงใจแลให้หญิงอยู่ด้วยกันก็ดี แลชายช่วยทุขยากหญิงด้วยประการใด ๆ ก็ดี พ่อ
แม่ หญิงยกหญิงผู้เปนลูกหลาน[2] ให้เปนภรรยาชายก็ดี แล ชาย
หญิง สะมะเลกัน พ่อ
แม่ หญิงรักชาย ยกลูกหลานให้เปนภิริยาก็ดี ท่านว่าหญิงนั้นสิทธิเปนเมียชาย แลชายผู้ใดมาทำชู้ด้วยหญิงนั้น ให้ไหมชายชู้