มาตุจฉา แล้วพระราชทานให้บรรดามุขมนตรีเสนาประชาราษฎรชายหญิงใหญ่น้อยทุกคน ครั้นถึงณวันเดือนสิบขึ้นเก้าค่ำ สมเด็จพระมหาอุปราชกับสมเด็จพระอนุชาผู้น้อยเข้าไปกราบถวายบังคมพระบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงศรีอยุทธยา ไว้แต่แม่ทัพแม่กองไทยเขมรให้อยู่รักษาค่ายพนมเพ็ญ ครั้นถึงณเดือนสิบเอ็ดขึ้นสิบสี่ค่ำ เจ้าเวียดนามใช้องตากุนเปนแม่กองใหญ่ออกจากเมืองเว้ มาถึงณเมืองไซ่ง่อนคิดทำสำเภากับเรือแง่ลาย แง่ทราย แล้วเกณฑ์ไพร่พลสำรองไว้จะส่งพระบาทผู้เปนเจ้าคืนมากรุงกัมพูชาธิบดี ลุณวันอังคารเดือนอ้ายขึ้นห้าค่ำ หมอควาญช้างมกอยู่ณเมืองโพธิสัตวคล้องได้ช้างเผือกผู้ช้าง ๑ นำไปกรุงศรีอยุทธยาเมื่อเดือนยี่ ลุถึงวันศุกรแรมหกค่ำ เจ้าเวียดนามใช้ญวนนำอีแปะ ๑๐๐๐ มาพระราชทานขุนนางกับราษฎรแล้วถวายเงิน ๒๐ แน่น ถวายสมเด็จพระท้าว ๑๐ แน่น ถวายสมเด็จพระ ราชมารดา ๑๐ แน่น ลุถึงณวันจันทร์เดือนสามขึ้นสิบห้าค่ำ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ตรัสใช้พระมหาอำมาตย์ถือหนังสือรับสั่งไปทูลเจ้าเเวียดนามด้วยราชการเมือง เขมร ลุณวันศุกรเดือนห้าขึ้นเก้าค่ำนั้น มีพระบัณฑูรเจ้าเวียดนามฉบับ ๑ บังคับมาให้องตากุนจัดแจงแห่พระบาทผู้เปนเจ้ากลับไปเมืองบันทายเพ็ชร แล้วพระราชทานเงิน ๓๕๗ แน่น กับเข้าเปลือก ๒๐๐๐๐ ถัง ถวายมาถึงพระบาทผู้เปนเจ้า กับอีแปะ ๕๐๐๐ พวง ให้แจกบรรดามุขมนตรีกับบรรดาราษฎรเด็กผู้ใหญ่ ได้ทุกคน ลุศักราช ๑๑๗๕ ศกรกาเมื่อณวันพุฒเดือนห้าแรมสิบสามค่ำองตากุนเปนใหญ่คิดจัดแจงแห่พระบาทผู้ เปนเจ้า ๆ ตรัสใช้ตวนผอเปน
หน้า:Prachum Phongsawadan (01) 2457.djvu/285
หน้าตา